ส่องลิสต์ไอเดียของพรีเมี่ยม ที่แบรนด์ดังนิยมเลือกใช้

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัจจุบันของพรีเมี่ยม ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกธุรกิจ ในการสื่อสารการตลาด โปรโมทแบรนด์ หรือแคมเปญต่าง ๆ ไปยังผู้คน และกลุ่มเป้าหมาย โดยของพรีเมี่ยมนั้นนับเป็นไอเทมชิ้นไฮไลท์ที่จะทำให้ผู้คน กลุ่มลูกค้ายังคงจดจำแบรนด์ธุรกิจได้

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัจจุบันของพรีเมี่ยม ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกธุรกิจ ในการสื่อสารการตลาด โปรโมทแบรนด์ หรือแคมเปญต่าง ๆ ไปยังผู้คน และกลุ่มเป้าหมาย โดยของพรีเมี่ยมนั้นนับเป็นไอเทมชิ้นไฮไลท์ที่จะทำให้ผู้คน กลุ่มลูกค้ายังคงจดจำแบรนด์ธุรกิจได้ แม้ว่ากิจกรรมการตลาด ๆ ที่จัดขึ้นในครั้งนั้น ๆ จะสิ้นสุดลงไปแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ใช่ของพรีเมี่ยมทุกชิ้นซะทีเดียวที่จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้คน และกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ จนนำมาซึ่งความเป็นที่รู้จักและจดจำในแบรนด์ สินค้าพรีเมี่ยมบางชิ้นก็อาจถูกเมิน หรือไม่ดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายเท่าที่ควร และทำให้แบรนด์ถูกมองข้ามไปด้วยเช่นกัน การเลือกหาไอเดียของพรีเมี่ยมสำหรับกิจกรรมทางการตลาดแต่ละครั้ง จึงนับเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญสำหรับนักการตลาด และแบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ ในบทความนี้จึงได้เลือกนำเอาไอเดียสินค้าพรีเมี่ยมที่แบรนด์ดังนิยมเลือกใช้งานมาบอกกล่าวให้ได้นำไปใช้เป็นลิสต์อ้างอิงในการเลือกหาไอเดียสำหรับแคมเปญการตลาดต่างๆ กัน

พรีเมี่ยมแพคเกจที่จำหน่ายพร้อมสินค้า ไอเดียของพรีเมี่ยมชิ้นแรกที่แบรนด์ดัง ๆ นิยมเลือกใช้ โดยเฉพาะกับแบรนด์ธุรกิจที่ผลิตสินค้าบริโภคต่าง ๆ ก็คือ พรีเมี่ยมแพคเกจ หรือบรรจุภัณฑ์สินค้าที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษในช่วงแคมเปญนั้น ๆ และจำหน่ายไปพร้อมกับเซ็ทสินค้า ตัวอย่างเช่น แบรนด์ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวที่จัดทำพรีเมี่ยมแพคเกจเป็นกระเป๋าผ้า กระเป๋าสะพายรูปทรงต่าง ๆ และจำหน่ายพร้อมกับเซ็ทสินค้า 3 ห่อ หรือ 5 ห่อ เป็นต้น ซึ่งหากลูกค้าเลือกซื้อสินค้าเซ็ทนั้น ๆ ก็จะได้รับ พรีเมี่ยมแพคเกจจิ้ง หรือกระเป๋าพรีเมี่ยมใบนั้น ๆ ไปด้วยนั่นเอง

สินค้าแคมป์ปิ้ง ไอเดียต่อมาที่ได้รับความนิยมจากแบรนด์ธุรกิจดังๆ ในการเลือกทำเป็นของพรีเมี่ยมไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะแบรนด์ธุรกิจห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ก็คือ สินค้ากลุ่มแคมป์ปิ้ง เช่น เก้าอี้แคมป์ปิ้ง เก้าอี้สนาม กระเป๋าเป้ กระเป๋าเดินทางแบบต่าง ๆ โดยของพรีเมี่ยมกลุ่มนี้มักได้รับความนิยมเลือกใช้เป็นของรางวัลสำหรับกิจกรรมการตลาดประเภทสะสมคะแนนแลกรับรางวัล ซึ่งลูกค้าจำเป็นต้องซื้อสินค้า และบริการใดๆ ของแบรนด์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสะคะแนนให้ได้ตามจำนวนที่กำหนดสำหรับการแลกรับรางวัลของพรีเมี่ยมแต่ละชิ้น ดังนั้นผลลัพธ์ทางการตลาดที่ได้จึงถือว่าค่อนข้างชัดเจน และเป็นรูปธรรม คุ้มค่ากับต้นทุนการจัดทำสินค้าพรีเมี่ยมที่ค่อนข้างสูงกว่าสินค้ากลุ่มอื่น ๆ

พรีเมี่ยมกิ๊ฟต์เซ็ทสำหรับเทศกาลต่าง ๆ ไอเดียของพรีเมี่ยมยอดนิยมไอเดียต่อมาที่แบรนด์ดัง ๆ นิยมเลือกใช้ก็คือ พรีเมี่ยมกิ๊ฟต์เซ็ทสำหรับเทศกาลต่าง ๆ นั่นเอง โดยไอเดียของพรีเมี่ยมชิ้นนี้จะมีความคล้ายคลึงกับไอเดียพรีเมี่ยมแพคเกจ แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่ พรีเมี่ยมกิ๊ฟต์เซ็ทนี้จะถูกเลือกใช้ในแคมเปญการตลาดในช่วงเวลาเทศกาลพิเศษเท่านั้น และดีไซน์ที่ใช้ก็จะคำนึงถึงความเหมาะสมสำหรับการเลือกใช้เป็นของขวัญนั่นเอง โดยรูปแบบการใช้ของพรีเมี่ยมชิ้นนี้ก็ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร เพียงแค่ทำการดีไซน์บรรจุภัณฑ์ประเภทกิ๊ฟต์เซ็ท เช่น ตะกร้า กระเป๋ารูปทรงต่าง ๆ และเลือกดีไซน์ชื่อแบรนด์ หรือโลโก้แบรนด์ให้มีรูปแบบ สีสันเข้ากันได้กับช่วงเทศกาลนั้น ๆ จากนั้นก็เลือกนำเอาสินค้า ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ของแบรนด์มาจัดบรรจุลงเป็นเซ็ทพร้อมจำหน่าย

บรรจุภัณฑ์ลวดลายลิขสิทธิ์ อีกหนึ่งไอเดียที่ต้องบอกว่ามีให้เห็นกันเรื่อย ๆ และแทบไม่เคยเลือนหายไปจากแวดวงการตลาดของแบรนด์ธุรกิจเจ้าดังต่าง ๆ ก็คือ ของพรีเมี่ยมประเภทบรรจุภัณฑ์ลวดลายลิขสิทธิ์นั่นเอง ตัวอย่างเช่น การนำเอาลวดลายรูปภาพศิลปินมีชื่อเสียงต่าง ๆ มาพิมพ์ลงบนบรรจุภัณฑ์สินค้าของแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ น้ำอัดลมมาผลิตลงใส่กระบอกน้ำหรือร่ม การนำเอาลวดลายจากภาพยนตร์ อนิเมชั่นเรื่องดังต่าง ๆ มาพิมพ์ลงบนบรรจุภัณฑ์สินค้าของแบรนด์ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนท์ เช่น โรงภาพยนตร์ ที่นำเอาลวดลายดังกล่าวมาพิมพ์ลงบนแพคเกจจิ้ง ถังบรรจุป๊อปคอร์น ขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ ที่มีวางจำหน่ายอยู่หน้าโรงภาพยนตร์ เพื่อเพิ่มแวลู่ให้สินค้าไปในตัว เป็นต้น

...ดูเพิ่มเติ่ม

ความคิดเห็น
แชร์

Leave a comment

ของพรีเมี่ยม กับสีมงคลน่าสนใจ

สำหรับสายมูนั้น การที่จะเลือกของอะไรสักอย่างมาใช้งาน หลายคนก็อาจจะเลือกตามศรีมงคลสำหรับวันเกิด ไม่ใช่แค่ของใช้เท่านั้น แต่อาจจะมีสีเสื้อผ้าตามวัน หากใครนำกลยุทธ์ของพรีเมี่ยมที่อาจจะเป็นของที่ระลึกหรือของขวัญมาใช้งาน การลองดูเรื่องศรีมงคลนี้

สำหรับสายมูนั้น การที่จะเลือกของอะไรสักอย่างมาใช้งาน หลายคนก็อาจจะเลือกตามศรีมงคลสำหรับวันเกิด ไม่ใช่แค่ของใช้เท่านั้น แต่อาจจะมีสีเสื้อผ้าตามวัน หากใครนำกลยุทธ์ของพรีเมี่ยมที่อาจจะเป็นของที่ระลึกหรือของขวัญมาใช้งาน การลองดูเรื่องศรีมงคลนี้ ถือเป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว บางคนก็ใช้ศรีมงคลสำหรับการเสริมดวงในด้านต่างๆ การเสริมอำนาจบารมี การเสริมโชคลาภต่างๆ

ดังนั้นในวันนี้ สำหรับผู้ที่จะเลือกของพรีเมี่ยมไปใช้งาน เราจะพามาดูสีมงคลประจำวันแต่ละวัน ว่าแต่ละวันมีสีมงคลอะไรบ้าง เพื่อที่คุณจะสามารถใช้ของพรีเมี่ยมให้ตรงกับสีประจำวันได้อย่างง่ายดาย

วันจันทร์ เหมาะกับสีเหลือง

ของพรีเมี่ยมที่เป็นสีเหลืองนั้น จะสื่อถึงความสุขและความสดใส บวกกับเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ด้วย สีเหลืองเป็นสีที่สามารถเสริมอำนาจบารมี และเสริมในเรื่องของซับได้ด้วยเหมือนกัน การใช้สีเหลืองในสินค้าพรีเมี่ยมนั้น อาจจะเป็นสีเหลืองล้วนหรืออาจจะผสมสีอื่นได้ที่มีความใกล้เคียงอย่างสีทองอย่างเช่นปากกาโลหะสีทอง

วันอังคาร เหมาะกับสีม่วง

ถึงแม้ว่าสีของวันอังคารจะเป็นสีชมพู แต่สีเสริมดวงของวันอังคารกลับเป็นสีม่วง สีม่วงนั้นสื่อได้ถึงความมีระดับ ความหรูหราหรู ความสง่างาม และแฝงไปด้วยความโรแมนติกด้วยเหมือนกัน ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับการจัดทำเป็นของพรีเมี่ยม ที่มาจากแบรนด์ที่อยากจะสร้างภาพลักษณ์ให้ดูหรูหราและสง่างาม สามารถที่จะเสริมดวงได้ในเรื่องของชื่อเสียง ความสุข บวกกับการมีเกียรติยศเหมือนกัน สีม่วงเป็นสีที่สวยอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเข้ากันกับสีโน้นสีนี้ไม่ยากเย็น

วันพุธ เหมาะกับสีส้ม

ของพรีเมี่ยมที่มีสีส้มนั้น จะสื่อไปถึงความหมายที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ความรู้สึกที่มีความอบอุ่น มีความเป็นมิตรอยู่ และยังเป็นสีที่แสดงถึงพลังงานสำคัญบางอย่างด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นพลังงานที่ดี นอกจากนี้ยังเสริมในเรื่องของโชคลาภ และในเรื่องของหน้าที่การงานที่จะเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นได้ด้วย หากเป็นในแง่ของการทำงาน สีส้มยังกระตุ้นการทำงานของจิตใจ และทำให้มีการสื่อสารที่ดีได้มากยิ่งขึ้น

วันพฤหัสบดี เหมาะกับสีฟ้า

สีฟ้าสื่อได้ถึงความสงบเยือกเย็น ความปลอดภัย และการสามารถไว้วางใจได้ นอกจากนี้ยังสามารถบ่งบอกได้ถึงความน่าเชื่อถือและการยอมรับด้วยเหมือนกัน ดังนั้นจึงเหมาะสมอย่างมากกับแบรนด์ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ให้ดูมีความปลอดภัย สร้างความเนื้อเชื่อใจกับลูกค้าหรือผู้ที่มาใช้บริการ สีฟ้ายังเข้ากับแบรนด์ส่วนใหญ่ได้ด้วยเหมือนกัน

วันศุกร์ เหมาะกับสีชมพู

ของพรีเมี่ยมที่มีสีชมพูนั้น ไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงเด็กผู้หญิงเสมอไป มันอาจจะนำเสนอในเรื่องของความรักและความโรแมนติกได้ นอกจากนี้สีชมพูยังให้ความรู้สึกสนุกสนาน ความอ่อนเยาว์หรือความเป็นเด็กอยู่เล็ก ๆ สีชมพูยังทำให้ผู้คนส่วนใหญ่เกิดความเอ็นดู ความหมายแฝงคืออาจจะมีผู้สนับสนุน ยังทำให้สินค้าของเราดูมีความอ่อนโยนมากยิ่งขึ้นอย่างเช่นร่มหรือถุงผ้า

วันเสาร์ เหมาะกับสีแดง

ของพรีเมี่ยมสีแดงนั้น นับว่าเป็นของที่อาจจะมีความโดดเด่นมากที่สุดเลยก็ว่าได้ และยังสามารถดึงดูดการมองเห็นของผู้คนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงเป็นสีที่น่าสนใจ นอกจากนี้ความหมายแฝงยังน่าสนใจด้วย สีแดงหมายถึงอำนาจและบารมี ชื่อเสียงและเกียรติยศอีกด้วย สีแดงยังเป็นศรีมงคลของคนจีน เรียกได้ว่าเป็นสีเรียกซับเลยอย่างเช่นร่มสีแดงหรือกระบอกน้ำ

วันอาทิตย์ เหมาะกับสีเขียว

มาถึงสุดท้ายคือวันวันอาทิตย์ สีเขียวเป็นสีที่เรียกได้ว่าเหนี่ยวนำทรัพย์มาให้กับเจ้าของได้เป็นอย่างดี เพราะสีเขียวมักถูกมองเป็นสีของเงิน นอกจากนี้ยังเสริมในเรื่องของความมั่งคั่ง ความปลอดภัย และทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของเกิดความสมหวังด้วย

...ดูเพิ่มเติ่ม

ความคิดเห็น
แชร์

Leave a comment

ใช้กลยุทธ์ของพรีเมี่ยม ห้ามทำสิ่งเหล่านี้

การมอบของพรีเมี่ยมให้แก่ลูกค้านั้น ถือเป็นกลยุทธ์การขายรูปแบบหนึ่ง ที่หลายแบรนด์เลือกมาใช้แล้วก็นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในยุคที่การแข่งขันทางการตลาดสูงแบบนี้ กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อออกมากระตุ้นยอดขายนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทางแบรนด์จะละเลยไปไม่ได้

การมอบของพรีเมี่ยมให้แก่ลูกค้านั้น ถือเป็นกลยุทธ์การขายรูปแบบหนึ่ง ที่หลายแบรนด์เลือกมาใช้แล้วก็นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในยุคที่การแข่งขันทางการตลาดสูงแบบนี้ กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อออกมากระตุ้นยอดขายนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทางแบรนด์จะละเลยไปไม่ได้ การมอบของพรีเมี่ยมนี้ ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่ง ที่ได้ผลเสมอมา

หากจะกล่าวถึงกลยุทธ์การใช้ของพรีเมี่ยม หลายคนน่าจะมองว่าเป็นสิ่งที่ได้ผล และหยิบยกมันมาใช้งานกันตลอดเวลา หากครั้งไหนต้องการที่จะกระตุ้นยอดขาย ก็เพียงแค่ทำการมอบของเหล่านี้ให้แก่ลูกค้า แต่ช้าก่อน รู้หรือไม่ว่า แม้แต่กลยุทธ์การมอบของพรีเมี่ยมที่ดูเหมือนจะได้ผลทุกครั้งไปนี่ ก็มีจุดที่น่าระวังเหมือนกัน ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนมักจะละเลยไป และในวันนี้ เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ ข้อห้ามต่างๆ หากอยากให้การมอบของพรีเมี่ยมให้กับลูกค้านั้นเป็นไปได้อย่างดี

ของราคาแพง อาจไม่ได้น่าถูกใจเสมอไป

ในการเลือกสินค้าใดๆ ก็ตามมาจัดทำเป็นของพรีเมี่ยมนั้น โดยส่วนมากผู้คนมักเลือกใช้ของในชีวิตประจำวัน อย่างพวกปากกา กระบอกน้ำ สมุดโน้ต หรือของใช้อีกมากมาย สินค้าที่จะเลือกมาใช้หนี้ อาจจะไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนสูงเสมอไป เพียงแต่ต้องออกแบบสินค้าเหล่านี้ ให้มีความเป็นเอกลักษณ์และมีความแตกต่าง บวกกับความน่าสนใจเข้าไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น อาจจะเพิ่มลูกเล่นลงไป หรือทำดีไซน์ให้เป็นเอกลักษณ์ เมื่อหยิบมาใช้งานแล้วอาจจะนึกถึงแบรนด์เรา เพิ่มมูลค่าของของเหล่านี้ให้เป็นเหมือนสินค้าจำกัดจำนวน ไม่ว่าใครก็น่าจะอยากหยิบมาใช้ทั้งนั้น

เวลาในการใช้งาน ไม่ควรนานเกินไป

อีกหนึ่งปัจจัย ที่สามารถเป็นตัวช่วยสำคัญ ในการเร่งการตัดสินใจในการซื้อของลูกค้าได้เป็นอย่างดี คือการใช้ระยะเวลาในการมอบของพรีเมี่ยมเหล่านี้ หากเรามอบของเหล่านี้ที่ถูกผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนจำกัดด้วย บวกกับการมีกรอบระยะเวลาเป็นเงื่อนไขเข้าไปด้วยอีก ก็ยิ่งจะเพิ่มความน่าสนใจให้กับของพรีเมี่ยมของเรา เพราะเมื่อสินค้าผลิตมาแบบจำกัดจำนวน อีกทั้งยังสามารถหาซื้อได้เพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง ก็ยิ่งเพิ่มความลิมิเต็ดอิดิชั่นให้กับของของเรามากเข้าไปอีก

มอบของพรีเมี่ยมให้กับทุกคน มันอาจจะไม่พรีเมี่ยมอีกต่อไป

จริงอยู่ที่ว่า ของเหล่านี้สามารถที่จะกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี มันสามารถทำกำไรให้กับแบรนด์ได้จำนวนมาก แต่หากเรามอบของเหล่านี้ให้กับทุกคน มันก็อาจจะดูไม่มีความพรีเมี่ยมอีกต่อไป เพราะว่าใคร ๆ ก็สามารถหาของเหล่านี้มาใช้งานได้ง่ายๆ ดังนั้นเราอาจวางกลยุทธ์บางอย่างเพิ่มเติม อย่างการเปลี่ยนจากการเป็นของแถม เป็นการมอบสิทธิ์แลกซื้อ ด้วยแกงกำหนดให้ลูกค้าซื้อสินค้าตามเงื่อนไขที่เรากำหนดไว้ หรืออาจอยู่ในรูปแบบของการสะสมคะแนนก็ได้

เลือกของที่หาที่ไหนก็ได้

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อผิดพลาด ที่ทั้งหลายแบรนด์อาจจะเลือกมองข้ามไป สิ่งสำคัญคือ ของที่เราจะนำมาแจกต้องดึงดูดใจ และเป็นที่ต้องการของลูกค้าอย่างแน่นอน สิ่งนี้จะเป็นการสร้างความแตกต่างให้มากเลยทีเดียว ดังนั้นควรเพิ่มลูกเล่นและดีไซน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เข้าไป พยายามบ่งบอกถึงตัวแบรนด์ รวมถึงอาจผลิตเป็นจำนวนจำกัดด้วย เพื่อให้สินค้าของเราไม่หาที่ไหนก็ได้ ถ้าอยากได้ต้องมาแค่ที่นี่เท่านั้นหรือการสกรีนโลโก้หรือชื่อแบรนด์ลงไปในกระบอกน้ำ เป็นลายที่ไม่ซ้ำใคร

อยากแจกเมื่อไหร่ แจกเมื่อนั้น

การผลิตของเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อทำการกระตุ้นยอดขาย แน่นอนว่าไม่มีช่วงเวลาที่ถูกหรือผิด ทั้งหมดขึ้นกับการวางแผน และการวางกลยุทธ์การตลาดของแต่ละแบรนด์ บางแบรนด์อาจใช้เทศกาลสำคัญ ในการมอบของเหล่านี้ให้แก่ลูกค้า แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เราไม่ควรที่จะแจกของเหล่านี้ แบบอยากแจกเมื่อไหร่ก็แจก แน่นอนว่ามันทำให้ของเหล่านี้ดูไม่เป็นที่ต้องการมากนัก เพราะอยากได้เมื่อไรก็สามารถหาได้ง่ายๆ

...ดูเพิ่มเติ่ม

ความคิดเห็น
แชร์

Leave a comment

ส่อง 5 ไอเดีย ของพรีเมี่ยมสำหรับกลุ่มเป้าหมาย Gen Z & Gen Alpha

หากพูดถึงกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดสำหรับธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ ก็แน่นอนเหลือเกินว่าหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายที่ดูจะสำคัญมากที่สุดและจะกลายเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดในอนาคตอันใกล้นี้ก็คือ กลุ่มเป้าหมาย Gen Z และ Gen Alpha

หากพูดถึงกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดสำหรับธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ ก็แน่นอนเหลือเกินว่าหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายที่ดูจะสำคัญมากที่สุดและจะกลายเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดในอนาคตอันใกล้นี้ก็คือ กลุ่มเป้าหมาย Gen Z และ Gen Alpha หรือก็คือกลุ่มลูกค้าเด็กและวัยรุ่นที่ปัจจุบันอยู่ในช่วงวัยเรียน และวัยเริ่มต้นทำงานนั่นเอง การจัดกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ ของธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการจัดทำของพรีเมี่ยมสำหรับแจก มอบให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของแบรนด์ จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมาย Gen Z และ Gen Alpha มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกลุ่มลูกค้าเจเนอเรชั่นดังกล่าวนี้เติบโตมาในโลกที่แตกต่างไปจากโลกในเจเนอเรชั่นก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง ก็ยิ่งถือว่าเป็นงานยากสำหรับนักการตลาดที่จะเลือกหาไอเดียแคมเปญการตลาด และของพรีเมี่ยมที่สามารถเรียกความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวนี้ได้ ในบทความนี้จึงได้เลือกเอา 5 ไอเดียของพรีเมี่ยมที่แมตช์กันได้กับกลุ่มเป้าหมายเจเนอเรชั่น Z และ Alpha มาบอกกล่าวให้ได้เลือกใช้เป็นแนวทางในการคิดหาไอเดียสำหรับแคมเปญการตลาดต่าง ๆ กัน

เสื้อยืด แม้ว่าเมื่อมองโดยผิวเผิน เสื้อยืดดูจะเป็นเพียงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายธรรมดา ๆ ชิ้นนึงที่ไม่น่าจะเป็นของพรีเมี่ยมที่ตอบโจทย์การเรียกกระแสความสนใจจากผู้บริโภค Gen Z และ Alpha ได้ แต่หากพิจารณาที่รสนิยมการแต่งกายของเด็กรุ่นใหม่ก็จะพบว่าเสื้อยืดถือเป็นหนึ่งในไอเทมแต่งกายยอดนิยมสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องการความรู้สึกสบายในการสวมใส่ และไม่ได้หลงใหลดีไซน์ที่ดูมีความเป็นทางการเกินไปเหมือนแฟชั่นสำหรับผู้ใหญ่ในรุ่นก่อน ๆ เสื้อยืดจึงนับเป็นไอเดียของพรีเมี่ยมสุดเวิร์กชิ้นแรกสำหรับกลุ่มเป้าหมายนี้

แก็ดเจ็ตไอที อย่างที่ทราบกันดีว่าผู้บริโภคเจเนอเรชั่น Z และ Alpha นั้นเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีมากมายรอบตัว ดังนั้นความต้องการใช้งานแก็ดเจ็ตเสริมต่าง ๆ ร่วมกับอุปกรณ์ไอทีในชีวิตประจำวัน เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ของพวกเขาจึงมีอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ไอเดียของพรีเมี่ยมสุดเวิร์กชิ้นที่สองจึงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก สินค้ากลุ่มแก็ดเจ็ต เช่น หูฟัง ลำโพงบลูทูธ แท่นวางสมาร์ทโฟน ฯลฯ นั่นเอง

ถุงผ้า สินค้าธรรมดา ๆ อีกชิ้นนึงที่นักการตลาดหลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าแมตช์กันได้ดีกับกลุ่มเป้าหมายเจเนอเรชั่น Z และ Alpha ก็คือ ถุงผ้า หรือกระเป๋าผ้านั่นเอง เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่ากลุ่มผู้บริโภคเจเนอเรชั่นดังกล่าวนี้เติบโตมาพร้อมกับกระแสตระหนักรู้เรื่องภาวะโลกร้อน และไลฟ์สไตล์ประจำวันของพวกเขาก็มีความต้องการใช้งานสินค้าชิ้นนี้ในการพกพาอุปกรณ์การเรียน หรืออุปกรณ์การทำงานต่าง ๆ เป็นประจำอยู่แล้วเช่นกัน

สินค้าแฟชั่น ลักษณะเด่นอย่างนึงของกลุ่มเป้าหมาย Gen Z และ Gen Alpha ที่สังเกตเห็นได้ชัดว่ามีความแตกต่างจากกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ ก็คือ ความสนใจในเรื่องแฟชั่นไลฟ์สไตล์นั่นเอง ดังนั้นแน่นอนว่าของพรีเมี่ยมอีกกลุ่มนึงที่แมตช์กันได้ดีกับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวนี้ก็คือ สินค้ากลุ่มแฟชั่น พร็อพแต่งกายต่าง ๆ เช่น หมวก ที่คาดผม เป็นต้น

เครื่องเขียน อีกหนึ่งไอเดียที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นของพรีเมี่ยมสุดเวิร์กสำหรับกลุ่มเป้าหมายเจเนอเรชั่น Z และ Alpha อย่างแน่นอนก็คือ สินค้ากลุ่มเครื่องเขียน เช่น ปากกา ดินสอ สมุดโน้ต นั่นเอง เพราะอย่างที่ทราบกันว่าไลฟ์สไตล์ประจำวันของกลุ่มเป้าหมาย Gen Z และ Alpha นั้น มีความต้องการใช้งานเครื่องเขียนต่าง ๆ สำหรับกิจกรรมการเรียน การทำงาน หรือกระทั่งกิจกรรมส่วนตัว งานอดิเรกต่าง ๆ ที่สนใจ เป็นประจำอยู่แล้ว การได้รับของพรีเมี่ยมที่เป็นเครื่องเขียนจากแบรนด์ธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ จากกิจกรรมทางการตลาดใด ๆ ที่เข้าร่วมไป จึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาจะนำไปหยิบจับใช้งานจริงอย่างสม่ำเสมอ และจดจำแบรนด์ไปได้โดยอัตโนมัติ

 

...ดูเพิ่มเติ่ม

ความคิดเห็น
แชร์

Leave a comment

5 เหตุผล ที่ไม่ควรเลือกใช้สินค้าที่มีขนาดใหญ่ ทำเป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมการตลาดต่าง ๆ

เมื่อพูดถึงสินค้าพรีเมี่ยมในแคมเปญการตลาดต่าง ๆ แน่นอนว่าหลายคนคงพอจะสังเกตเห็นได้ว่า สินค้าส่วนใหญ่ที่แบรนด์ธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ นำมาทำเป็นของพรีเมี่ยมนั้นมักจะมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก กะทัดรัด เช่น ปากกา พวงกุญแจ กระเป๋าพกพาแบบต่าง ๆ หรืออย่างน้อยก็มีขนาดเล็ก

เมื่อพูดถึงสินค้าพรีเมี่ยมในแคมเปญการตลาดต่าง ๆ แน่นอนว่าหลายคนคงพอจะสังเกตเห็นได้ว่า สินค้าส่วนใหญ่ที่แบรนด์ธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ นำมาทำเป็นของพรีเมี่ยมนั้นมักจะมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก กะทัดรัด เช่น ปากกา พวงกุญแจ กระเป๋าพกพาแบบต่าง ๆ หรืออย่างน้อยก็มีขนาดเล็ก พกพาสะดวกภายหลังการพับเก็บแล้ว เช่น ร่ม เสื้อยืด เป็นต้น ในทางตรงกันข้ามสินค้าที่มีขนาดใหญ่มักเป็นกลุ่มสินค้าที่เราไม่ค่อยได้พบเห็นในแคมเปญการตลาดกันมากนัก แต่ก็พอจะมีให้เห็นกันอยู่เป็นระยะ ๆ บ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะแคมเปญการตลาดของแบรนด์ธุรกิจ ห้างร้านเจ้าดังต่าง ๆ ที่มักจะนำเอาสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น กระเป๋าเดินทาง มาใช้เป็นของพรีเมี่ยมปะปนกับสินค้าขนาดเล็กชิ้นอื่น ๆ เป็นครั้งคราว ในบทความนี้จึงได้รวบรวมเอา 5 เหตุผลที่แบรนด์ต่าง ๆ ไม่นิยมนำเอาสินค้าที่มีขนาดใหญ่มาทำเป็นของพรีเมี่ยมในแคมเปญการตลาดต่าง ๆ มาบอกกล่าวให้ได้ทราบกัน

ต้นทุน/งบประมาณที่สูง เหตุผลแรกที่สินค้าขนาดใหญ่ไม่ได้รับความนิยมในการเลือกใช้เป็นของพรีเมี่ยมสำหรับแคมเปญการตลาดต่าง ๆ ก็คือ เหตุผลด้านต้นทุน หรืองบประมาณที่ต้องใช้นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าพื้นฐานต้นทุนอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าประเภทต่าง ๆ นั้น สินค้าที่มีขนาดใหญ่ย่อมมีแนวโน้มที่จะใช้ต้นทุนสูงกว่าสินค้าขนาดเล็ก เนื่องจากจำเป็นต้องใช้วัสดุมากกว่าในขั้นตอนการผลิต โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ใช่สินค้ากลุ่มเทคโนโลยี แก็ดเจ็ต และไม่มีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน ต้นทุนหลัก ๆ ก็มักจะผันแปรไปตามขนาดของตัวสินค้า

ภาระในการนำกลับและเก็บรักษาของลูกค้า เหตุผลสำคัญประการต่อมาที่นักการตลาดไม่นิยมเลือกเอาสินค้าชิ้นใหญ่ๆ มาทำเป็นของพรีเมี่ยมแจก แถมให้แก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก็คือ ภาระในการนำกลับและเก็บรักษาของพรีเมี่ยมชิ้นนั้น ๆ ที่เกิดกับลูกค้านั่นเอง เพราะแน่นอนว่าลูกค้าย่อมรู้สึกว่าการนำกลับและเก็บรักษาสินค้าชิ้นเล็ก ๆ ไว้นั้นง่ายกว่าการเก็บรักษาสินค้าขนาดใหญ่ อย่างเช่นกระบอกน้ำ ที่มีขนาดเล็ก เก็บรักษาง่าย

แนวโน้มในการพกพาติดตัว เหตุผลต่อมาถือว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิผลทางการตลาดโดยตรง ซึ่งก็คือแนวโน้มที่ลูกค้าที่ได้รับของพรีเมี่ยมชิ้นนั้น ๆ ไปจะพกพาสินค้าติดตัวนั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือ ของพรีเมี่ยมชิ้นเล็ก ๆ เช่น พวงกุญแจ ปากกา เครื่องเขียน มักมีแนวโน้มที่ลูกค้าจะพกพาติดตัวไว้มากกว่าสินค้าที่มีขนาดใหญ่ และแน่นอนว่าโอกาสในการจดจำ นึกถึงแบรนด์ก็ย่อมมีมากกว่าตามไปด้วยนั่นเอง

ง่ายต่อการขนย้าย แจกมอบให้แก่กลุ่มเป้าหมายในแคมเปญ เหตุผลต่อมาที่ทำให้สินค้าขนาดเล็กเป็นของพรีเมี่ยมที่เวิร์กกว่าสินค้าชิ้นใหญ่ ๆ ก็คือ ความสะดวกในการจัดการ ขนย้าย แจกมอบสินค้าให้กับกลุ่มเป้าหมายในแคมเปญการตลาดต่าง ๆ ของแบรนด์นั่นเอง เนื่องจากรูปแบบ และสถานที่จัดทำแคมเปญการตลาดต่าง ๆ นั้นไม่มีแพทเทิร์นที่ตายตัว และอาจมีการปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมกับช่วงเวลาและสถานการณ์ได้ตลอด

ตัวเลือกสินค้าขนาดเล็กมีเยอะกว่า อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การเลือกใช้สินค้าชิ้นเล็กทำเป็นของพรีเมี่ยมดูเวิร์กกว่าสินค้าชิ้นใหญ่ ๆ ก็คือ ตัวเลือกสินค้าที่มีเยอะกว่านั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มเครื่องเขียน แก็ดเจ็ต พร็อพแต่งกาย ของใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าที่มีขนาดกะทัดรัดทั้งนั้น ขณะที่สินค้าที่มีขนาดใหญ่นั้นนอกจากจะมีตัวเลือกไม่มากแล้ว ก็ยังตามมาด้วยข้อจำกัดด้านต้นทุน หรืองบประมาณที่ใช้ โดยสินค้าหลาย ๆ ชิ้นแม้จะมีประโยชน์ใช้สอยพื้นฐานในชีวิตประจำวันที่กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ต้องการ มีคุณสมบัติหลายอย่างที่เหมาะสมจะทำเป็นของพรีเมี่ยมแจก แถมในแคมเปญการตลาดต่าง ๆ แต่สุดท้ายข้อจำกัดด้านต้นทุน และการใช้งบการตลาดก็มักสร้างความยากลำบากให้กับแบรนด์ต่าง ฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแคมเปญที่มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก

...ดูเพิ่มเติ่ม

ความคิดเห็น
แชร์

Leave a comment

5 ไอเดียจัดกิจกรรมแจกของพรีเมี่ยม ในโลกการตลาดยุคดิจิทัล

อย่างที่ทราบกันดีว่าการแจกของพรีเมี่ยม หรือสินค้าที่มีการตีตราโลโก้ ชื่อแบรนด์ขององค์กร ห้างร้านใด ๆ อย่างเช่น แก้วน้ำ ร่ม พวงกุญแจ ริสท์แบรนด์  สมุดโน้ต ถุงผ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย ให้แก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั้น

อย่างที่ทราบกันดีว่าการแจกของพรีเมี่ยม หรือสินค้าที่มีการตีตราโลโก้ ชื่อแบรนด์ขององค์กร ห้างร้านใด ๆ อย่างเช่น แก้วน้ำ ร่ม พวงกุญแจ ริสท์แบรนด์  สมุดโน้ต ถุงผ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย ให้แก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั้น มักมาพร้อมกับกิจกรรมทางการตลาดที่ให้กลุ่มลูกค้าได้มีส่วนร่วมก่อนที่จะแจก มอบของพรีเมี่ยมชิ้นนั้น ๆ ให้ เพื่อสร้างการเชื่อมโยงระหว่างองค์กร แบรนด์ และกลุ่มลูกค้า ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการจดจำในแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น โดยที่กิจกรรมทางการตลาดนั้น ๆ ก็อาจแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของกลุ่มลูกค้า และกระแสความนิยมในช่วงเวลาต่าง ๆ ซึ่งหากกล่าวถึงกระแสความนิยมในปัจจุบันก็แน่นอนว่ารูปแบบของกิจกรรมการตลาดที่ดูจะได้รับความนิยม และเหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่มากที่สุดก็คือกิจกรรมการตลาดแบบดิจิทัล หรือก็คือการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลช่วยในการจัดกิจกรรมและสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั่นเอง ในบทความนี้จึงได้เลือกเอา 5 ไอเดียจัดกิจกรรมแจกของพรีเมี่ยม สำหรับการตลาดในยุคดิจิทัลมาแนะนำบอกกล่าวให้ได้เลือกนำไปใช้งาน

กิจกรรมแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย กิจกรรมแรกที่ถือเป็นไอเดียพื้นฐานที่ยังคงใช้ได้ดีสำหรับโลกการตลาดยุคดิจิทัลในปัจจุบันก็คือ การเชิญชวนให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็น หรือหัวข้อใด ๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของแบรนด์ หรือองค์กร โดยที่ความคิดเห็นที่มีคุณภาพ ได้รับความนิยมสูงสุด หรือเข้าเงื่อนไขใด ๆ ที่กำหนดจะได้รับของพรีเมี่ยมเป็นรางวัลไปนั่นเอง ไอเดียนี้นอกจากจะทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่แบรนด์จัดขึ้นแล้ว ระยะยาวยังเป็นผลดีในแง่ของสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าอีกด้วย เพราะจะช่วยให้กลุ่มลูกค้าเข้ามาติดตามบัญชีโซเชียลฯของแบรนด์มากยิ่งขึ้น

กิจกรรมบอกต่อผ่านสื่อโซเชียลฯ กิจกรรมต่อมาที่ถือว่าเป็นการตลาดที่ช่วยบอกต่อให้แบรนด์ องค์กรเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นได้เป็นอย่างดีเลยก็คือ กิจกรรมบอกต่อผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ นั่นเอง ตัวอย่างเช่น กิจกรรมเชิญชวนให้ลูกค้าเป้าหมายทำการติดแท็ก แชร์ หรือส่งต่อการโปรโมทข่าวสารใด ๆ ของแบรนด์ไปยังบัญชีผู้ใช้ของเพื่อน ๆ เพื่อแลกรับของพรีเมี่ยมต่าง ๆ เช่น กระบอกน้ำ ร่ม  กล่องอเนกประสงค์ เป็นต้น

กิจกรรมถ่ายภาพสินค้า บริการของแบรนด์ ในโลกของการตลาดยุคดิจิทัล หนึ่งในรูปแบบการโปรโมทที่ต้องยกให้เป็นการโปรโมทที่ทรงพลังที่สุดก็คือ ภาพถ่ายสินค้า หรือบริการจริงที่ถ่ายโดยลูกค้าจริงนั่นเอง ดังนั้นแน่นอนว่าอีกหนึ่งไอเดียกิจกรรมแจกของพรีเมี่ยมที่ไม่ควรพลาดเลือกใช้งานก็คือ การเชิญชวนให้กลุ่มลูกค้าทำการถ่ายสินค้า หรือบริการใด ๆ ของแบรนด์มาโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อแลกรับของพรีเมี่ยมไปนั่นเอง

กิจกรรมเสนอไอเดียการพัฒนาสินค้า และบริการ อย่างที่ทราบกันดีว่าการรับฟังข้อเสนอแนะ ไอเดียการพัฒนาสินค้าจากลูกค้าโดยตรงนั้นก็ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการทำการตลาดที่ได้ผลดีที่สุดของแบรนด์ธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ ในทุกยุคสมัย ดังนั้นแน่นอนว่าในโลกของการตลาดยุคดิจิทัลแบบนี้ การจัดกิจกรรมเปิดรับการเสนอไอเดียการพัฒนาสินค้า และบริการจากลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อแลกรับของพรีเมี่ยมก็นับเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ควรเลือกใช้งานเช่นกัน

กิจกรรมสะสมคะแนนบนแอปพลิเคชั่นของแบรนด์ ในโลกการตลาดยุคดิจิทัล นอกเหนือจากบัญชีโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่แต่ละแบรนด์สามารถเลือกใช้เป็นเครื่องมือในการทำการตลาดได้แล้ว การพัฒนาแอปพลิเคชั่นเฉพาะของแบรนด์ขึ้นมาเองก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประโยชน์ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการจัดกิจกรรมเพื่อแจก มอบของพรีเมี่ยมของแบรนด์ให้แก่กลุ่มลูกค้าในรูปแบบของการสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของพรีเมี่ยม เพราะการมีแอปพลิเคชั่นเป็นของตัวเองจะช่วยให้การสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ กับกลุ่มลูกค้ามีความยืดหยุ่น และหลากหลายมากยิ่งขึ้น

 

...ดูเพิ่มเติ่ม

ความคิดเห็น
แชร์

Leave a comment

เปิด 5 เหตุผล ที่ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ไม่นิยมใช้สินค้าของตัวเอง เป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมทางการตลาด

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในโลกของการตลาด การโปรโมทแบรนด์ ธุรกิจต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้ ของพรีเมี่ยมถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่แบรนด์ต่าง ๆ ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการโฆษณาธุรกิจให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยที่สินค้าที่แบรนด์ต่าง ๆ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในโลกของการตลาด การโปรโมทแบรนด์ ธุรกิจต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้ ของพรีเมี่ยมถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่แบรนด์ต่าง ๆ ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการโฆษณาธุรกิจให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยที่สินค้าที่แบรนด์ต่าง ๆ เลือกนำมาทำมาเป็นของพรีเมี่ยมสำหรับกิจกรรมทางการตลาดนั้นก็มีให้เห็นหลากหลายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สินค้าใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น เสื้อยืด หมวก กระเป๋า ร่ม สินค้ากลุ่มแก็ดเจ็ต เช่น พาวเวอร์แบงค์ Griptok ติดหลังโทรศัพท์ สินค้ากลุ่มเครื่องเขียน เช่น ปากกา ดินสอ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มีสินค้ากลุ่มนึงที่เราจะสังเกตเห็นได้เช่นกันว่าแทบจะไม่มีแบรนด์ธุรกิจไหน เลือกนำมาใช้เป็นของพรีเมี่ยมสำหรับกิจกรรมการตลาดที่ตัวเองจัดขึ้น ซึ่งก็คือ สินค้าของตัวเองที่อยู่ในไลน์ผลิตของตัวเอง หรือมีการตีตราแบรนด์วางจำหน่ายในช่องทางต่าง ๆ อยู่แล้วนั่นเอง ทั้ง ๆ ที่น่าจะเป็นกลุ่มสินค้าที่ง่ายต่อการหยิบจับมาใช้งานมากที่สุด และช่วยควบคุมงบประมาณในการทำการตลาดได้ดีที่สุดแล้วก็ตาม ในบทความนี้จึงจะมาเปิดเหตุผลให้ได้ทราบกันว่า เพราะอะไรสินค้าของตัวเองจึงเป็นของต้องห้ามสำหรับแบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ ในการนำมาใช้เป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมทางการตลาด

ไม่ได้ช่วยขยายความเป็นที่รู้จักในแบรนด์มากนัก เหตุผลสำคัญประการแรกที่แบรนด์ต่าง ๆ ไม่นิยมใช้สินค้าของตัวเองทำเป็นของพรีเมี่ยมสำหรับกิจกรรมทางการตลาดใด ๆ ก็คือ สินค้าแบรนด์ของตัวเองนั้นมีแนวโน้มที่จะช่วยขยายความเป็นที่รู้จักออกไปได้น้อยนั่นเอง เนื่องจากผู้คนสามารถพบเห็นสินค้าที่มีการตีตราแบรนด์ได้ตามช่องทางการจัดจำหน่าย ๆ ต่างอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแบรนด์เจ้าดังต่าง ๆ ที่มีช่องทางการจำหน่ายหลากหลายก็ยิ่งไม่มีความจำเป็นต้องนำเอาสินค้าของแบรนด์มาทำเป็นของพรีเมี่ยมในแคมเปญการตลาดใด ๆ

ของพรีเมี่ยม และสินค้าทดลองใช้มีหน้าที่แตกต่างกัน เหตุผลต่อมาที่ทำให้แบรนด์ต่างๆหลีกเลี่ยงการใช้งานสินค้าในไลน์ผลิตของตัวเองมาทำเป็นสินค้าพรีเมี่ยมก็คือ ประโยชน์ หรือหน้าที่ในเชิงการตลาดที่แตกต่างกันของสินค้าพรีเมี่ยม และสินค้าทดลองใช้นั่นเอง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ แบรนด์ต่าง ๆ มักนิยมนำสินค้าในไลน์ผลิต โดยเฉพาะสินค้าที่เพิ่งพัฒนาขึ้นมาใหม่นำมาทำเป็นสินค้าทดลองใช้ เพื่อแจก มอบให้ผู้คนที่คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั้น ๆ จะกลับมาซื้อสินค้ามากกว่า ขณะที่ของพรีเมี่ยมมีหน้าที่เสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ สร้างการจดจำในตัวแบรนด์ โดยที่ผู้คนไม่จำเป็นต้องนึกถึงสินค้าต่าง ๆ ของแบรนด์ แบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ จึงนิยมเลือกใช้สินค้าที่ไม่ได้อยู่ในไลน์ผลิตของตัวเองซะมากกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสที่ผู้คนจะจดจำแบรนด์จากมิติอื่น ๆ และนึกถึงแบรนด์ได้แม้จะไม่ได้พบเห็นสินค้าของแบรนด์อย่างเช่นการสกรีนชื่อแบรนด์ลงบนกระบอกน้ำหรือร่มเป็นต้น

แมตช์กับกลุ่มเป้าหมายได้ในวงจำกัด ข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้การใช้สินค้าในไลน์ผลิตตัวเองของแบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ เป็นของพรีเมี่ยมกลายเป็นไอเดียที่ไม่เวิร์กก็คือ ความแมตช์กันได้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่จำกัดนั่นเอง เนื่องจากแบรนด์ธุรกิจหลายแบรนด์มักจะผลิตสินค้าเฉพาะกลุ่มที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญ ขณะที่การทำการตลาด การสร้างความเป็นที่รู้จัก และเสริมภาพลักษณ์แบรนด์นั้นจำเป็นต้องสื่อสารไปยังผู้คนหลากหลายกลุ่ม สินค้าพรีเมี่ยมจึงควรจะต้องเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ใช้สอยพื้นฐาน เข้ากันได้ หรืออยู่ในความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่หลากหลาย

มีต้นทุนที่ฟิกเรทกว่า แม้ว่าเมื่อมองอย่างผิวเผินแล้วการจัดการกับต้นทุนการผลิตสินค้าในไลน์ผลิตของตัวเองดูจะเป็นเรื่องง่ายกว่าการจ้าง หรือสั่งผลิตภายนอก แต่สำหรับสินค้าพรีเมี่ยมแล้วต้องบอกว่าการเลือกใช้สินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในไลน์ผลิตของตัวเองนั้นถือว่ามีข้อดีกว่ากันมาก เพราะสามารถจัดสรรงบการตลาดได้อย่างยืดหยุ่นกว่า สามารถเลือกสินค้าที่มีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากกว่า

ข้อจำกัดด้านดีไซน์ อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้การใช้สินค้าในไลน์ผลิตตัวเองทำเป็นของพรีเมี่ยมเพื่อใช้ในแคมเปญการตลาดเป็นไอเดียที่ไม่ตอบโจทย์แบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ ก็คือ ข้อจำกัดด้านดีไซน์นั่นเอง เนื่องจากสินค้าสำหรับวางจำหน่ายของแบรนด์ต่าง ๆ มักมีกรอบการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน ขณะที่สินค้าพรีเมี่ยมนั้นจำเป็นต้องดีไซน์ให้แมตช์กับแคมเปญที่ต้องการสื่อสารในแต่ละช่วงเวลา และมีความยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงไปตามคอนเซ็ปต์การสื่อสารในแต่ละช่วงเวลาด้วยเช่นกัน

...ดูเพิ่มเติ่ม

ความคิดเห็น
แชร์

Leave a comment

ข้อควรระวังเรื่องลิขสิทธิ์ในการจัดทำของพรีเมี่ยม

เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันของพรีเมี่ยมถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำการตลาดเพื่อโปรโมทแบรนด์ องค์กร หรือแคมเปญต่าง ๆ ที่ต้องการสื่อสารไปยังผู้คนในแต่ละช่วงเวลา และหนึ่งในปัจจัยที่แต่ละแบรนด์ แต่ละองค์กรให้ความสำคัญในการจัดทำของพรีเมี่ยมแต่ละชิ้นก็คือเรื่องของดีไซน์

เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันของพรีเมี่ยมถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำการตลาดเพื่อโปรโมทแบรนด์ องค์กร หรือแคมเปญต่าง ๆ ที่ต้องการสื่อสารไปยังผู้คนในแต่ละช่วงเวลา และหนึ่งในปัจจัยที่แต่ละแบรนด์ แต่ละองค์กรให้ความสำคัญในการจัดทำของพรีเมี่ยมแต่ละชิ้นก็คือเรื่องของดีไซน์ หน้าตาสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลวดลายที่พิมพ์ลงบนตัวสินค้า เพราะถือเป็นส่วนที่มีผลต่อการดึงดูดความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากที่สุด โดยที่การออกแบบ เลือกลวดลายต่าง ๆ มาใส่ในตัวสินค้านั้นก็มักจะคำนึงถึงความแมตช์กันได้กับแคมเปญการตลาดนั้น ๆ และลักษณะของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการมอบของพรีเมี่ยมให้ อย่างไรก็ตามในการเลือกออกแบบ ใส่ลวดลายใดๆลงบนของพรีเมี่ยมนั้นก็ยังมีข้อควรระวังที่สำคัญที่หลายแบรนด์ หลายองค์กรมักมองข้ามไปอยู่เช่นกัน ซึ่งก็คือเรื่องของลิขสิทธิ์ หรือทรัพย์สินทางปัญญาที่อาจติดอยู่บนส่วนใดส่วนหนึ่งของดีไซน์สินค้าแต่ละชิ้น และอาจนำมาซึ่งผลเสียและปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์จากการใช้สินค้าชิ้นนั้น ๆในแคมเปญการตลาดใด ๆ นั่นเอง ในบทความนี้จึงได้นำเอาข้อควรระวังต่างๆ เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ในการจัดทำของพรีเมี่ยมสำหรับใช้ในเคมเปญการตลาดต่าง ๆ มาบอกกล่าวให้ได้ทราบกัน

ลวดลายการ์ตูนชื่อดัง จุดหนึ่งที่แบรนด์ต่าง ๆ หรือนักการตลาดหลายคนมักพลาดและกลายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นก็คือ การนำลวดลายตัวการ์ตูนจากอนิเมชั่นเรื่องดังต่าง ๆ มาใช้เป็นส่วนประกอบของดีไซน์ของพรีเมี่ยมที่จัดทำขึ้นอย่างเช่นลวดลายในกระเป๋าผ้า ปากกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแคมเปญการตลาดที่ต้องการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเด็ก ๆ และวัยรุ่น การเลือกใช้ลวดลายการ์ตูนน่ารักต่าง ๆ ก็นับเป็นไอเดียยอดฮิตที่นักการตลาดส่วนใหญ่นึกถึงกัน ทั้งนี้การเลือกนำเอาลวดลายตัวการ์ตูนชื่อดังมาพิมพ์เป็นลวดลายของสินค้าพรีเมี่ยมนั้นถือเป็นไอเดียการทำการตลาดพื้นฐานที่เราพบเห็นกันมานานหลายสิบปีแล้ว และปัจจุบันแบรนด์ยักษ์ใหญ่ก็ยังนิยมใช้ในแคมเปญการตลาดต่าง ๆ ของตนเอง แต่ทว่าโดยทั่วไปแล้วก่อนที่แบรนด์นั้น ๆ จะนำเอาลวดลายใดๆ มาพิมพ์ลงบนของพรีเมี่ยมชิ้นนั้น ๆ ก็มักจะมีการทำข้อตกลง และจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้แก่เจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน ซึ่งเรียกว่าเป็นการใช้ลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ดังนั้นหากเป็นการเลือกนำเอาลวดลายตัวการ์ตูนใด ๆ มาพิมพ์ลงบนสินค้าพรีเมี่ยมของเรา โดยที่ไม่ได้มีการพูดคุยและจ่ายค่าลิขสิทธิ์แก่เจ้าของก่อน ก็จะเท่ากับเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และอาจนำมาซึ่งการถูกฟ้องร้องในภายหลังได้นั่นเอง

รูปทรงสินค้าที่เหมือนกับแบรนด์ดังต่าง ๆ นอกจากเรื่องของลวดลายที่จะนำมาพิมพ์ลงบนตัวสินค้าแล้ว สิ่งต่อมาที่ควรระมัดระวังในขั้นตอนการออกแบบของพรีเมี่ยมเช่นกันก็คือ รูปทรงของตัวสินค้า ซึ่งไม่ควรเลือกใช้รูปทรงที่เหมือนกันกับรูปทรงของแบรนด์ชื่อดังต่าง ๆ เพราะโดยทั่วไปแล้วเมื่อมีการคิดค้นดีไซน์สินค้าใด ๆ ออกมา และมีการผลิตออกมาวางจำหน่ายจริงนั้น แบรนด์เจ้าดังต่าง ๆ มักจะมีการยื่นจดลิขสิทธิ์ไว้เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ ดังนั้นในการเลือกรูปทรงสินค้าเราจึงควรต้องระมัดระวังไม่ให้มีรูปทรงที่เหมือนกันกับแบรนด์ชื่อดังแบบ 100%

ฟังก์ชั่นใช้งานพิเศษต่าง ๆ อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่มักนำมาซึ่งปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์อยู่บ่อยครั้งเช่นกันก็คือ ฟังก์ชั่นการใช้งานพิเศษต่าง ๆ ของตัวสินค้า ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้ว ของพรีเมี่ยม หรือสินค้าชิ้นใด ๆนั้นจะแบ่งฟังก์ชั่นการใช้งานของตัวสินค้าได้เป็นสองแบบ คือฟังก์ชั่นการใช้งานหลัก กับฟังก์ชั่นใช้งานพิเศษ ซึ่งฟังก์ชั่นใช้งานหลักก็คือ ประโยชน์การใช้งานหลักของตัวสินค้า ตัวอย่างเช่น กระบอกน้ำใช้สำหรับบรรจุเครื่องดื่ม ๆ ร่มใช้งานสำหรับกางกันแดด กันฝน เป็นต้น ขณะที่ฟังก์ชั่นพิเศษนั้นอาจมีความแตกต่างออกไปตามการครีเอทของผู้ผลิตแต่ละราย เช่น รูปแบบการเปิดปิดที่แตกต่างจากกระบอกน้ำใบอื่น ๆ รูปแบบการพับเก็บที่แตกต่างจากร่มที่วางจำหน่ายในตลาดทั่วไป เป็นต้น ซึ่งฟังก์ชั่นใช้งานพิเศษเหล่านี้เองที่เราต้องระมัดระวังในการนำมาใช้กับของพรีเมี่ยมชิ้นใด ๆ เพราะอาจเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ผู้คิดค้นและได้มีการจดทะเบียนไว้นั่นเอง

...ดูเพิ่มเติ่ม

ความคิดเห็น
แชร์

Leave a comment

เช็คลิสต์ 5 สินค้าต้องห้าม! ที่ไม่ควรใช้เป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมทางการตลาด

เป็นที่ทราบกันดีว่าในโลกของธุรกิจ การตลาดในปัจจุบันนี้ ของพรีเมี่ยม ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแจกแถมให้กับลูกค้า หรือกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ ธุรกิจเนื่องในโอกาสต่าง ๆ นั้น ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทุกธุรกิจจะขาดไปไม่ได้ เนื่องจากมีส่วนช่วยในการกระตุ้นยอดขาด

เป็นที่ทราบกันดีว่าในโลกของธุรกิจ การตลาดในปัจจุบันนี้ ของพรีเมี่ยม ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแจกแถมให้กับลูกค้า หรือกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ ธุรกิจเนื่องในโอกาสต่าง ๆ นั้น ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทุกธุรกิจจะขาดไปไม่ได้ เนื่องจากมีส่วนช่วยในการกระตุ้นยอดขาด สร้างการเป็นที่รู้จัก และจดจำในตัวแบรนด์แก่ผู้คนพอสมควร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำมาซึ่งฐานลูกค้าใหม่ ๆ และการเติบโตในอนาคตของแบรนด์ โดยสินค้าที่แบรนด์ ห้างร้านต่างๆ เลือกหยิบจับนำมาทำเป็นของพรีเมี่ยม เพื่อช่วยในการโปรโมทได้นั้นก็มีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใช้งานทั่วไป เช่น ร่ม กระเป๋า กระบอกน้ำ เสื้อยืด หรือสินค้าเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแบรนด์ กิจกรรมทางการตลาด และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อย่างไรก็ตามแม้ว่าสินค้าสำหรับจัดทำเป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมทางการตลาดดูจะเปิดกว้างและเลือกใช้ได้หลากหลายดังกล่าว แต่ในความเป็นจริงแล้วก็มีสินค้าบางชิ้น บางประเภทเช่นกันที่ไม่เหมาะจะหยิบจับนำมาใช้เป็นของพรีเมี่ยมเพื่อแจกแถมในกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ ในบทความนี้จึงได้นำเอาลิสต์ 5 สินค้าต้องห้ามที่ไม่ควรนำมาใช้เป็นของพรีเมี่ยมสำหรับการโปรโมท สื่อสารการตลาดใด ๆ ให้กับแบรนด์มาบอกกล่าวให้ได้ทราบกัน
เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สินค้าชิ้นแรกที่อยู่ในลิสต์สินค้าต้องห้าม ซึ่งนำมาใช้เป็นของพรีเมี่ยมเพื่อช่วยโปรโมทแบรนด์ ธุรกิจใด ๆ ไม่ได้อยู่แล้วก็คือ สินค้าเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นั่นเอง แม้ว่าจะผสมลงไปเพียงเล็กน้อยก็ตาม เพราะสินค้าดังกล่าวจัดเป็นสินค้าควบคุมพิเศษ ซึ่งมีมาตรฐานควบคุม กำกับการซื้อขาย รวมถึงแจกแถมต่างไปจากสินค้าทั่วไป
เครื่องสำอาง สินค้าชิ้นต่อมาที่เข้าข่ายเป็นสินค้าต้องห้ามที่ไม่ควรนำมาจัดทำเป็นของพรีเมี่ยม เพื่อแจกแถมให้กับลูกค้า และลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใด ๆ ในกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ ก็คือ สินค้ากลุ่มเครื่องสำอางนั่นเอง เนื่องจากสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางนั้นเป็นสินค้าที่มีความละเอียดอ่อนเรื่องความปลอดภัยในการใช้งาน และอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงแก่ร่างกาย(ผิว)ของผู้ใช้งานโดยตรง การหยิบจับเครื่องสำอางชิ้นใดมาทำเป็นของพรีเมี่ยม ซึ่งอาจเกิดผลเสียต่าง ๆ แก่ร่างกายของผู้ใช้ตามมา จึงถือเป็นไอเดียที่ไม่เวิร์กอย่างแรง
สินค้าที่มีความซับซ้อนในขั้นตอนการผลิต สินค้ากลุ่มต่อมาที่อาจจะไม่ใช่สินค้าต้องห้ามซะทีเดียว แต่ก็จัดว่าเป็นสินค้าที่แบรนด์ ห้างร้านต่าง ๆ ไม่นิยมเลือกใช้เป็นของพรีเมี่ยม ก็คือ สินค้าที่มีความซับซ้อนในขั้นตอนการผลิตนั่นเอง เช่น สินค้าที่มีระบบควบคุม หรือฟังก์ชั่นการใช้งานอัตโนมัติต่าง ๆ เพราะสินค้ากลุ่มนี้จะมีต้นทุนในการสั่งผลิตที่สูงกว่าสินค้าทั่วไปนั่นเอง ดังที่เราสังเกตเห็นได้ว่าสินค้าที่ถูกหยิบจับมาทำเป็นของพรีเมี่ยมมักจะเป็นสินค้าประเภทของใช้ทั่วไปที่ไม่มีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อนซะเป็นส่วนใหญ่ เช่น เสื้อยืด กระเป๋าผ้า หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกต่าง ๆ เพราะสินค้ากลุ่มนี้มีต้นทุนการผลิตต่ำ และมองหาโรงงานผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานได้ง่ายกว่าสินค้ากลุ่มที่มีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อน
สินค้าบริโภคที่มีส่วนผสมซึ่งเสี่ยงต่ออาการแพ้ต่าง ๆ สินค้าต้องห้ามกลุ่มต่อมาที่ไม่ควรหยิบจับมาทำเป็นของพรีเมี่ยมสำหรับโปรโมทการตลาดใด ๆ ก็คือ สินค้าบริโภค เช่น ของกิน หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ที่มีส่วนผสม ซึ่งเสี่ยงต่ออาการแพ้ต่าง ๆ เช่น ถั่วเหลือง นม หรือน้ำหอมจากสารสกัดต่าง ๆ ทั้งนี้แม้ว่าสินค้าบริโภคกลุ่มดังกล่าวนี้ดูจะสามารถใช้เป็นตัวแทนในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั่วไปได้ดี แต่ก็นับว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะตามมาด้วยปัญหาข้อร้องเรียนต่าง ๆ ในภายหลังที่ทำให้แบรนด์เสียชื่อเสียงได้เช่นกัน
สินค้าที่ดีไซน์รูปทรงมีส่วนแหลมคม สินค้าอีกหนึ่งประเภทที่จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าต้องห้ามที่ไม่ควรเลือกใช้เป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมทางการตลาดใด ๆ ก็คือ สินค้าที่มีดีไซน์รูปทรงที่มีส่วนแหลมคม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ แก่ลูกค้า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ได้รับสินค้าไป รวมถึงสินค้าที่มีน้ำหนักมากเกินไป ยากต่อการพกพานำกลับไปด้วยนั่นเอง

...ดูเพิ่มเติ่ม

ความคิดเห็น
แชร์

Leave a comment

ของพรีเมี่ยมเมืองนอก กับเมืองไทย เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

เราปฏิเสธเลยไม่ได้ว่า ในยุคปัจจุบันทุกวันนี้ ของพรีเมี่ยมได้กลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมากเลยทีเดียว แต่การที่จะเลือกของพรีเมี่ยมเหล่านี้มาเพื่อการใช้งานนั้น จำเป็นที่จะต้องมองในเรื่องของความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของเราด้วย

เราปฏิเสธเลยไม่ได้ว่า ในยุคปัจจุบันทุกวันนี้ ของพรีเมี่ยมได้กลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมากเลยทีเดียว แต่การที่จะเลือกของพรีเมี่ยมเหล่านี้มาเพื่อการใช้งานนั้น จำเป็นที่จะต้องมองในเรื่องของความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของเราด้วย กลยุทธ์ที่ว่ามานี้ เป็นกลยุทธ์ที่ใช้กันโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์หน้าใหม่ หรือแบรนด์ที่สร้างชื่อเสียงมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ของไทย หรือแบรนด์ต่างประเทศก็ล้วนใช้กลยุทธ์นี้ด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นเราจึงปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าไม่ว่าใครก็ใช้กลยุทธ์นี้ และของพรีเมี่ยมมีความสำคัญมากจริงๆ

 

วันนี้เราจะพาคุณไปสังเกต เรื่องของการใช้กลยุทธ์ของพรีเมี่ยม ระหว่างแบรนด์ไทย กับแบรนด์หรือการใช้ของพรีเมี่ยมต่างประเทศ เรามีความเหมือนหรือความแตกต่างกับเค้าอย่างไร เพื่อที่เราจะได้ใช้เป็นกลยุทธ์ และกรณีศึกษาต่อไป

 

และกลุ่มสินค้าที่เราจะนำมาเปรียบเทียบนี้ เป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมทั้งแบรนด์ไทย และแบรนด์ต่างประเทศนิยมนำมาหยิบใช้งานกัน เพื่อที่จะได้มีความเข้าใจได้ง่าย และนำมาดัดแปลงได้ง่ายด้วยเช่นเดียวกัน

 

สินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์

 

สินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์นี้ นับว่าเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงมากที่สุดอย่างหนึ่ง เนื่องจากลูกค้าจากทุกกลุ่มธุรกิจ หากได้รับสินค้าที่มีประโยชน์และตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเองนั้น ก็จะหยิบมันไปใช้งานได้อย่างง่ายดาย และถือว่ากลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น โดยในคนไทยเรา ของพรีเมี่ยมในกลุ่มไลฟ์สไตล์ที่นิยมนำมาแจก ก็มักจะเป็นพวกแก้วน้ำ หรือกระบอกน้ำพรีเมี่ยม นอกจากนี้ยังอาจมีถุงผ้า หรือกระเป๋าผ้าด้วย เพราะของเหล่านี้ค่อนข้างที่จะเข้ากับกระแสรักษ์โลก นอกจากนี้ยังมีต้นทุนการผลิตที่ไม่สูงมากนัก มีดีไซน์ที่สวยงาม และเลือกใช้งานกันได้มากมาย

 

ในขณะที่ในต่างประเทศ ของพรีเมี่ยมยอดนิยมที่นำมามอบ มักจะเป็นบรรดากระเป๋าผ้า กระเป๋าเป้ หรือกระเป๋าแบ็คแพ็ค ทั้งนี้ก็อาจเป็นเพราะว่าวัฒนธรรมของฝรั่ง หรือเมืองนอกที่มักจะชื่นชอบการเดินทาง และการท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็ค ไม่ว่าจะเป็นการลุยป่า ปีนเขา หรืออาจจะเป็นทริปเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ทำให้ของกลุ่มนี้ได้รับความนิยมมากเลยทีเดียว

 

สินค้ากลุ่มแกดเจ็ต

 

สินค้ากลุ่มต่อไปคือกลุ่มแกดเจ็ท ที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกได้มากเลยทีเดียว อันนี้จะขอบอกว่า ทั้งของจากไทยและของจากต่างประเทศ จะมีความนิยมที่ค่อนข้างคล้ายกันเอามากๆ นั่นก็คือของพรีเมี่ยมยอดนิยมที่นำมาให้ มักจะเป็นอุปกรณ์แบตสำรอง เพราะถือเป็นสินค้าที่ตรงกับพฤติกรรมของผู้คนทั่วโลก ที่มีการหันมาใช้สมาร์ทโฟน โทรศัพท์มือถือ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นเพิ่มขึ้นมาก

 

ข้อแตกต่างเล็กน้อยของของพรีเมี่ยม ก็คือแกดเจ็ตทางเทคโนโลยีต่างๆ ของบ้านเรา อาจจะยังเป็นแบบมีสายอยู่ ยกตัวอย่างเช่นอุปกรณ์ Power Bank แบบเสียบสาย แต่ของต่างประเทศอาจจะเป็นแบบไร้สาย หรือแบบที่เป็นแม่เหล็กติดข้างหลังได้ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้นเป็นต้น

 

สินค้ากลุ่มอุปกรณ์เครื่องเขียน

 

สินค้ากลุ่มอุปกรณ์เครื่องเขียนนั้น ก็นับว่าเป็นอีกกลุ่มที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก และแน่นอนว่าไม่ว่าแบรนด์ไหนก็นิยมแจกปากกา ถึงแม้ว่าความนิยมและพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลก จะหันมาใช้เทคโนโลยี จดบันทึกกันในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตกันมากยิ่งขึ้นแล้ว แต่ปากกาก็ยังคงเป็นอุปกรณ์สำคัญและมีประโยชน์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว มันไม่เพียงแต่มีประโยชน์ในการเซ็นเอกสารเท่านั้น แต่ของสิ่งนี้ยังเปรียบเสมือนภาพลักษณ์ของตัวเจ้าของ ยังใช้เป็นอุปกรณ์ประดับตกแต่งการแต่งตัวของเราได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ครับสังเกตผู้บริหารในองค์กร หรือนักธุรกิจมักจะให้ความสำคัญกับปากกามากเลยทีเดียว

...ดูเพิ่มเติ่ม

ความคิดเห็น
แชร์

Leave a comment

ข้อห้ามสำหรับการทำของพรีเมี่ยม

ในการทำธุรกิจไม่ว่าจะธุรกิจใดก็ตามนั้น กลยุทธ์ทางการตลาดที่ดีเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญ ที่จะนำพาธุรกิจของเราไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนได้ ยิ่งทุกวันนี้การแข่งขันในตลาดไม่ว่าจะธุรกิจอะไรค่อนข้างสูง การคิดหากลยุทธ์ต่างๆ

ในการทำธุรกิจไม่ว่าจะธุรกิจใดก็ตามนั้น กลยุทธ์ทางการตลาดที่ดีเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญ ที่จะนำพาธุรกิจของเราไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนได้ ยิ่งทุกวันนี้การแข่งขันในตลาดไม่ว่าจะธุรกิจอะไรค่อนข้างสูง การคิดหากลยุทธ์ต่างๆ เพื่อที่จะสามารถครองใจลูกค้าได้ก็ยิ่งมีความจำเป็นสำหรับธุรกิจเข้าไปอีก ซึ่งกลยุทธ์ที่ดีนั้น จะต้องไม่เพียงแค่สามารถกระตุ้นหรือเพิ่มยอดขายได้ แต่ยังต้องทำหน้าที่ในการสร้างความจดจำในแบรนด์ได้อีกด้วย ทั้งนี้การตรวจสอบผลลัพธ์ ก็คือการกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้านั่นเอง

กลยุทธ์ทางการตลาดนั้นก็ยังมีอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลายวิธีการ โดยวิธีที่เราเห็นกันทั่วไปนั้น ก็คือการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขายในราคาพิเศษ การลดราคาสินค้า หรือการมีของสมนาคุณ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าของพรีเมี่ยมนั่นเอง ซึ่งนี่ถือเป็นหนึ่งในวิธีการทำการตลาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะเป็นการกระตุ้นการซื้อสินค้าของลูกค้าแล้ว ยังช่วยให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ของเราได้ ผ่านตัวของพรีเมี่ยมเหล่านี้ด้วยเช่นเดียวกัน

และหากเราจะมาคุยกันเรื่องของของพรีเมี่ยม ส่วนใหญ่แล้วเราก็มักจะอยู่ในรูปแบบของสิ่งของที่เราสามารถหยิบมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งของเหล่านี้อาจเป็นของที่ใช้งานได้จริง หรืออาจเป็นของสะสมก็ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นแล้ว ของพรีเมี่ยมที่ดีจะต้องดึงดูดลูกค้าได้ แต่ละแบรนด์ที่ผลิตขึ้นมา จะต้องมั่นใจว่าของของเรามีความน่าสนใจมากพอ ถึงแม้มันจะดูเป็นกลยุทธ์ที่ดี แต่ของพรีเมี่ยม ก็ใช่ว่าจะได้ผลทุกครั้ง แล้วปัจจัยใดบ้าง ที่จะทำให้กลยุทธ์ทางการตลาดนี้ไม่ได้ผลและไม่ประสบความสำเร็จ เราไปดูกันได้เลย

กลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเจน

ข้อสำคัญที่ห้ามทำเด็ดขาดในการใช้กลยุทธ์ของพรีเมี่ยม นั่นก็คือการไม่กำหนดกลุ่มเป้าหมายใดๆเลย หรือก็คือกลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเจนนั่นเอง เนื่องจากหากไม่กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ก็จะไม่สามารถผลิตสินค้าที่ต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วกลยุทธ์ที่แนะนำคือการผลิตสินค้านี้ให้สอดคล้องกับสินค้าหลัก ดังนั้นจะต้องรู้ก่อนว่าเราผลิตอะไร แล้วผลิตเพื่อใคร จากนั้นลูกค้าจะทำหน้าที่ตัดสินใจเอง ว่าจะซื้อสินค้าหลักของเราหรือไม่ เห็นคุณค่าของสินค้าของเรามากน้อยเพียงใด และนำไปใช้ได้จริงหรือเปล่า

ระยะเวลาในการทำโปรโมชั่นไม่เหมาะสม

นี่ก็เป็นอีกปัจจัยที่มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน การกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม การมีระยะเวลาที่จำกัด จะช่วยในการเร่งการตัดสินใจซื้อของลูกค้าได้เป็นอย่างดี กับของพรีเมี่ยมเช่นเดียวกัน ควรจะจัดโปรโมชั่นให้อยู่ในระยะเวลาที่กำลังพอดี และหากมีการกำหนดเงื่อนไขอื่นร่วมด้วย อาจจะเพิ่มความน่าสนใจของสินค้าของเรา ยกตัวอย่างเช่น การผลิตสินค้าแบบ Limited Edition ที่หาซื้อได้เพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น แบบนี้จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของเราได้ง่ายกว่า

สินค้าหาที่ไหนก็ได้

ข้อสำคัญของการใช้กลยุทธ์ของพรีเมียมก็คือ การสร้างความแตกต่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม อาจจะเป็นการเพิ่มดีไซน์หรือลูกเล่นเสริมเข้าไป เพื่อที่จะบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ของเรา หรือไม่ก็ทำสินค้าออกมาให้เป็นในรูปแบบของ limited edition อย่างที่กล่าวไป ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจ และดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี เปรียบเสมือนของของเราสามารถหาได้จากที่นี่แค่ที่เดียวเท่านั้น อย่างเช่นการสกรีนชื่อหรือโลโก้ลงไปในสินค้า อย่างเช่นกระเป๋าผ้า ร่ม เป็นต้น

ไม่ใช่ว่าอยากทำตอนไหนก็ทำ

การผลิตของพรีเมี่ยมเพื่อนำมากระตุ้นยอดขายนั้น จริงอยู่ว่าไม่มีช่วงเวลาไหนที่ถูกหรือผิดในการเลือกจะทำ มันขึ้นอยู่กับแผนและกลยุทธ์การตลาดของแต่ละแบรนด์ แต่ก็น่าจะดีไม่น้อย หากเรากำหนดกลยุทธ์ และช่วงเวลาในการที่จะทำอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นการทำของเหล่านี้มาในช่วงเทศกาลต่างๆ ซึ่งทำให้น่าสนใจ ทำให้สามารถเลือกได้ว่าผลิตภัณฑ์ประเภทไหน หรือดีไซน์แบบไหน จะเหมาะกับช่วงเทศกาลนั้น ๆ  อย่างเช่นเดือนเมษายนเป็นฤดูร้อนของพรีเมี่ยมก็อาจจะเป็นกระบอกน้ำ เดือนมิถุนายนที่เป็นฤดูฝนอาจะจะใช้ของพรีเมี่ยมคือร่ม  เป็นต้น หากทำเป็นประจำลูกค้าก็จะจดจำได้และคุ้นชิน อาจจะรอของของเรามาในช่วงเทศกาลปีหน้า

...ดูเพิ่มเติ่ม

ความคิดเห็น
แชร์

Leave a comment

เหตุผลที่ดี ที่ผู้ทำธุรกิจควรทำของพรีเมี่ยม

กลยุทธ์ทางการตลาดที่ทางแบรนด์หรือองค์กรใช้ในการส่งเสริมการขายนั้น มีอยู่ด้วยกันมากมายนับร้อยพันกลยุทธ์ และมีวิธีการ หรือในแต่ละช่วงก็จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เท่าทัน และเข้ากันกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบันเวลานั้น แต่ว่าถึงแบบนั้น

กลยุทธ์ทางการตลาดที่ทางแบรนด์หรือองค์กรใช้ในการส่งเสริมการขายนั้น มีอยู่ด้วยกันมากมายนับร้อยพันกลยุทธ์ และมีวิธีการ หรือในแต่ละช่วงก็จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เท่าทัน และเข้ากันกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบันเวลานั้น แต่ว่าถึงแบบนั้น ก็มีการตลาดอยู่รูปแบบหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะในยุคสมัยไหนก็ตาม ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ นั่นก็คือการจัดทำและการมอบสินค้าพรีเมี่ยม หรือของพรีเมี่ยมให้กับลูกค้านั่นเอง ทั้งนี้ก็เพื่อใช้สำหรับแจกให้กับลูกค้า หรือแม้แต่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้คนได้รู้จักกับแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้น กลยุทธ์ของพรีเมี่ยมดังกล่าวนี้ นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลดีเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นในอดีต หรือในปัจจุบันทุกวันนี้

แต่ก็มีคำถามสำคัญ สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นชิน หรืออาจยังไม่ค่อยแน่ใจว่าจะใช้กลยุทธ์ของพรีเมี่ยมนี้หรือไม่ ว่าทำไมแบรนด์ หรือผู้ที่ทำธุรกิจ ควรจะทำของพรีเมี่ยมเป็นของตัวเอง เพื่อทำการแจกจ่ายให้กับลูกค้า หรือแม้แต่กับพนักงานด้วยกันเองก็ได้ วันนี้เราจะไปดูเหตุผลเหล่านั้นกัน

เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างง่ายดาย

เชื่อว่าหลายคนอาจจะมองว่า โฆษณาตามสื่อต่างๆ นับว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย ซึ่งนั่นก็ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ก็ต้องขอบอกเลยว่า พื้นที่โฆษณาที่ดีที่สุด และได้ผลมากที่สุด คือพื้นที่โฆษณาที่ผู้คนจะเห็นได้ในชีวิตประจำวัน กลยุทธ์การใช้ของพรีเมี่ยม หากของของเรานั้นมีคุณภาพดี มีความสวยงาม แจกสามารถมีมูลค่าทางการรับรู้ที่สูง และลูกค้าก็นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน สิ่งนี้ถือเป็นการโฆษณาอย่างยอดเยี่ยม ตั้งแต่ของใช้ที่คนหยิบมาใช้กัน อย่างกระบอกน้ำ หรือกระเป๋าผ้า ไปจนถึงของเล็กน้อยอย่างพวกดินสอหรือปากกา เมื่อนำมาใช้งานผู้คนก็จะมองเห็น ทั้งโลโก้และชื่อแบรนด์ ดังนั้นสิ่งนี้จึงนับว่าเข้าถึงลูกค้า หรือผู้คนได้อย่างง่ายดายมากกว่า

สร้างการรับรู้ได้สูง

ของพรีเมี่ยมหลายชิ้น เรียกได้ว่ามีความสวยงามและหยิบมาใช้งานได้ ก็ไม่ต่างจากของหรือสินค้าในรูปแบบปกติ แต่เนื่องจากของเหล่านี้เป็นของสำหรับทำแจก เรื่องของต้นทุนมีเพียงแค่บริษัทที่รับผลิตของพรีเมี่ยม และทางแบรนด์เองเท่านั้นที่รู้ หากทำออกมาดีและยอดเยี่ยม ลูกค้าจะประเมินมูลค่าของสินค้าเหล่านั้นสูง และเมื่อลูกค้าประเมินของเหล่านี้สูง สิ่งที่เกิดขึ้นคือการหยิบมาใช้งานได้อย่างบ่อย นั่นนำมาซึ่งการสร้างการรับรู้ที่สูงยิ่งขึ้น

ใส่กลยุทธ์อื่นร่วมด้วยได้ง่าย

การใช้ของพรีเมี่ยมนั้น ยังสามารถทำควบคู่ไปกับกลยุทธ์ทางการตลาดอื่น ยกตัวอย่างเช่น หากเราทำของเหล่านี้ออกมาให้ดูดี มีรูปลักษณ์ที่สวยงามและสะดุดตา หรือมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่น่าสนใจมากพอ ก็จะดึงดูดความสนใจของลูกค้ามาได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเราอาจใส่กลยุทธ์อื่นร่วมไปด้วย อย่างการเก็บสะสมแต้ม เพื่อนำมาแลกของ หรือทำเป็นคอลเลกชั่นออกมาให้ได้สะสม นอกจากลูกค้าจะรับรู้และตระหนักถึงแบรนด์แล้ว สิ่งนี้ยังสามารถมีโอกาสที่ลูกค้าไปบอกต่อแบบปากต่อปาก ทำให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างมากขึ้นไปอีก

เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ต้นทุนต่ำ

อย่างที่รู้กันว่า การทำโฆษณาไม่ว่าจะซื้อไหนก็ตาม ถึงจะเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมมากสุดก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่า เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้ต้นทุนสูงเอามากๆ ในขณะเดียวกัน การที่เราทำสินค้าพรีเมี่ยมเหล่านี้แจก ถือว่าเป็นการใช้ต้นทุนต่ำกว่ามากเลยทีเดียว ไม่จำเป็นที่จะต้องจ่ายเงินซ้ำซ้อน ถ้าของของเรามีคุณภาพจริง มีความคงทนและสวยงาม แน่นอนว่าลูกค้าของเราก็จะหยิบมาใช้งานอยู่เสมอ ของต้นทุนต่ำแต่มีประโยชน์มากมายอย่างเช่น ปากกา สามารถใช้งานได้จริง

...ดูเพิ่มเติ่ม

ความคิดเห็น
แชร์

Leave a comment

แนะนำของพรีเมี่ยมน่าสนใจในช่วงสงกรานต์

เดือนนี้เราก็เข้าสู่ช่วงเทศกาลวันสำคัญของคนไทยเราวันหนึ่ง นั่นคือเทศกาลวันปีใหม่ไทย หรือที่เราเรียกกันอย่างติดปากว่าวันสงกรานต์นั่นเอง เป็นเทศกาลที่พวกเราเล่นน้ำกัน เทศกาลที่พวกเรามักจะกลับบ้าน เพื่อไปเจอญาติผู้ใหญ่ ไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เป็นเทศกาลที่เรามอบความสุข

เดือนนี้เราก็เข้าสู่ช่วงเทศกาลวันสำคัญของคนไทยเราวันหนึ่ง นั่นคือเทศกาลวันปีใหม่ไทย หรือที่เราเรียกกันอย่างติดปากว่าวันสงกรานต์นั่นเอง เป็นเทศกาลที่พวกเราเล่นน้ำกัน เทศกาลที่พวกเรามักจะกลับบ้าน เพื่อไปเจอญาติผู้ใหญ่ ไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เป็นเทศกาลที่เรามอบความสุข และส่งต่อความสุขให้แก่กันและกันมาเป็นเวลาช้านานแล้ว และก็เช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดก็ตาม หรือองค์กรใดก็ตาม โอกาสนี้ก็ถือเป็นโอกาสสำคัญเช่นเดียวกัน ที่เราจะทำการมอบของพรีเมี่ยมให้กับลูกค้า

ช่วงนี้เป็นช่วงที่องค์กรต่าง ๆ เหมาะสมอย่างมากที่จะทำการจัดกิจกรรมอะไรเล็กน้อย ทั้งเพื่อการสร้างความสามัคคีให้กับพนักงาน หรือเพื่อการสมนาคุณลูกค้า แน่นอนว่าการมอบของพรีเมี่ยมให้กับทั้งพนักงาน และลูกค้าที่มาใช้บริการเรา เป็นสิ่งยอดนิยมที่เราทำกัน คำถามต่อมาก็คือ ของพรีเมี่ยมน่าสนใจในช่วงสงกรานต์นั้น มีอะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ได้ อะไรบ้างที่น่าสนใจนอกจากกระบอกน้ำ ร่ม ที่เรามักใช้เป็นของพรีเมี่ยมอยู่บ่อย ๆ และสามารถที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้รับได้ ของพรีเมี่ยมในช่วงสงกรานต์นี้ อาจจะนำมามอบให้ในรูปแบบของของขวัญ เพื่อเป็นการขอบคุณผู้ใหญ่ หรืออาจจะมอบเป็นของที่ใช้ในการเล่นน้ำ ซึ่งของที่เราอยากจะหยิบมาแนะนำ มีดังต่อไปนี้

ซองกันน้ำหรือกระเป๋ากันน้ำ

หลายคนก็มักจะออกไปเล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดังนั้นไอเท็มที่น่าจะเหมาะสมอย่างหนึ่ง ที่สมควรมอบให้เป็นของพรีเมี่ยม คือซองกันน้ำหรือกระเป๋ากันน้ำ เมื่อไปเล่นน้ำ เราหลายคนมักจะพกอุปกรณ์สำคัญติดตัวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งส่วนมากเป็นกระเป๋าเงิน หรือบางคนอาจจะพกเงินสดติดตัว หรือโทรศัพท์มือถือติดตัว ซองกันน้ำถือว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ คุณสมบัติของซองกันน้ำที่ดีที่สมควรมอบเป็นของพรีเมี่ยม คือจะต้องรับน้ำหนักได้ดี ใส่ของได้ในปริมาณที่พอดี ไม่เล็กจนใส่ไม่ได้ หรือไม่ใหญ่จนเกะกะ จำเป็นที่จะต้องพกพาได้อย่างสะดวกสบาย และที่สำคัญคืออาจมีการสกรีนโลโก้ลงไปด้วย กระเป๋ากันน้ำถือเป็นหนึ่งไอเท็มที่ดีเลยทีเดียว สิ่งนี้ยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ สามารถเลือกสีให้เหมาะสมกับหน่วยงานหรือองค์กรได้ด้วย

แว่นตากันน้ำ

แว่นตากันน้ำก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์หรือสินค้าที่น่าสนใจ สำหรับการนำมาทำเป็นของพรีเมี่ยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากแว่นตากันน้ำนี้เองยังเป็นที่นิยมที่ผู้คนนำมาใส่กันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือใส่เล่นน้ำแล้ว ยังเป็นอุปกรณ์สำคัญเลยทีเดียวที่จะช่วยปกป้องดวงตาของเราได้ สามารถที่จะนำมาใส่ได้ในโอกาสอื่นด้วยเช่นเดียวกัน อาจจะนำมาใส่ขี่รถ หรือนำมาใส่เพื่อป้องกันอะไรก็ตามกระเด็นเข้ามาในตาเรา ดังนั้นนี่จึงถือเป็นหนึ่งของพรีเมี่ยมที่สมควรจะมอบในช่วงเทศกาลสงกรานต์

กระเช้าปีใหม่

อันนี้เหมาะสมที่จะเป็นของขวัญ ซึ่งถือเป็นการขอบคุณที่ยอดเยี่ยมเหมือนกัน หากเรากล่าวกันถึงกระเช้าปีใหม่ ไม่ได้หมายความว่าสามารถมอบให้กันได้ในวันปีใหม่เท่านั้น แต่ยังคงมอบให้แก่กันได้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เช่นเดียวกัน เพราะจะว่าไปแล้วเทศกาลสงกรานต์ก็เหมือนกับวันปีใหม่ไทย ดังนั้นกระเช้าปีใหม่จึงถือเป็นของที่ยังใช้ได้ในโอกาสสำคัญโอกาสนี้

เสื้อยืด

เสื้อยืดก็เป็นสิ่งที่สามารถมอบให้ได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เช่นเดียวกัน อันที่จริงแล้วสามารถที่จะมอบให้กันได้ทุกโอกาส เพียงแต่อาจใส่ลูกเล่นเล็กน้อย มีการสกรีนลาย เพื่อให้เหมาะกับช่วงเทศกาลนั้น รวมถึงอาจมีการสกรีนโลโก้ของหน่วยงานหรือองค์กรลงไป ก็ถือเป็นสิ่งยอดนิยมที่ใครหลายคนมักจะทำกัน เสื้อยืด เป็นเครื่องแต่งตัวที่สามารถหยิบมาใส่ได้ง่าย ดังนั้นจึงค่อนข้างมั่นใจว่าผู้รับจะนำมาใช้จริง และหากยิ่งออกแบบให้มีความสวยงามไม่เหมือนใคร ก็จะยิ่งเป็นที่ต้องการและถูกนำมาใช้บ่อยมากยิ่งขึ้นได้

...ดูเพิ่มเติ่ม

ความคิดเห็น
แชร์

Leave a comment