Cart

BLOG | โรงงานของพรีเมี่ยม

ไอเดียดีไซน์กระเป๋าแบบต่างๆ สำหรับใช้เป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมทางการตลาด

เป็นที่ทราบกันดีว่ากระเป๋า ถือเป็นสินค้าชิ้นหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาจัดทำเป็นของพรีเมี่ยมสำหรับใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ นอกเหนือจาก ร่ม กระบอกน้ำ เรียกได้ว่าเป็นสินค้าตัวเลือกลำดับแรกๆที่แบรนด์ บริษัท ห้างร้านต่างๆ เลือกนำมาใช้งานจริงในแคมเปญการตลาดต่างๆ...

เป็นที่ทราบกันดีว่ากระเป๋า ถือเป็นสินค้าชิ้นหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาจัดทำเป็นของพรีเมี่ยมสำหรับใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ นอกเหนือจาก ร่ม กระบอกน้ำ เรียกได้ว่าเป็นสินค้าตัวเลือกลำดับแรกๆที่แบรนด์ บริษัท ห้างร้านต่างๆ เลือกนำมาใช้งานจริงในแคมเปญการตลาดต่างๆ มากที่สุด เนื่องจากตัวสินค้ามีข้อดีหลายอย่างที่เอื้อต่อการนำมาออกแบบ และจัดทำเป็นของพรีเมี่ยม ทั้งเรื่องของต้นทุนการสั่งผลิตที่ต่ำ สามารถควบคุมและวางแผนการใช้งบประมาณได้ง่าย ความยืดหยุ่นของตัวสินค้า ขนาด และฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถกำหนดให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และลักษณะของกิจกรรม หรือแคมเปญได้หลากหลาย ประโยชน์การใช้งานที่รองรับได้กับลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น ซึ่งก็ด้วยเหตุนี้เอง ในบทความนี้จึงได้เลือกนำเอาไอเดียดีไซน์กระเป๋าแบบต่างๆ ที่ยังคงเป็นของพรีเมี่ยมยอดฮิตในทุกยุคทุกสมัยมาแนะนำให้หลายคนได้นำไปใช้เป็นแนวทางการในเลือกทำของพรีเมี่ยมสำหรับใช้ในแคมเปญการตลาดต่างๆ กัน

กระเป๋าสะพายใบเล็ก  กระเป๋าแบบแรกที่ถือว่าค่อนข้างมีความยืดหยุ่นในการใช้กับกิจกรรมทางการตลาดรูปแบบต่างๆ สามารถแมตช์กันได้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลายกลุ่มก็คือ กระเป๋าสะพายขนาดเล็กสำหรับใส่ของใช้ที่นิยมพกติดตัว เช่น โทรศัพท์มือถือ พวงกุญแจ เป็นต้น โดยในการเลือกใช้วัสดุ และออกแบบกระเป๋าลักษณะนี้เป็นของพรีเมี่ยมก็สามารถทำได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัสดุหนังเทียมเกรดต่างๆ ผ้า หรือการถักทอโดยเส้นใยชนิดต่างๆ เช่นเดียวกับส่วนของสายสะพายที่อาจจะใช้เป็นสะพายแบบเชือก สายสะพายแบบหนัง หรือผ้าที่สามารถปรับระดับได้ ซึ่งข้อดีของการใช้กระเป๋าสะพายขนาดเล็กนี้เป็นของพรีเมี่ยมก็คือ สามารถใช้กับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งกิจกรรมแจก แถมทั่วไป และกิจกรรมสะสมคะแนนแลกรับของรางวัล เพราะต้นทุนในการสั่งผลิตสินค้าถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกระเป๋าประเภทอื่นๆ อีกทั้งประโยชน์ใช้งานสินค้ายังครอบคลุมได้กับลูกค้าเป้าหมายแทบทุกกลุ่ม ดังที่ได้กล่าวข้างต้นว่าประโยชน์ของตัวสินค้ามีไว้สำหรับใส่สิ่งของพกพาทั่วไป ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัยมีพกพาติดตัวเหมือนๆกันอยู่แล้ว

กระเป๋าเดินทางล้อลาก กระเป๋าอีกแบบหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมเลือกใช้เป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมทางการตลาดในช่วงไม่กี่ปีหลังก็คือ กระเป๋าเดินทางแบบมีล้อลากนั่นเอง ทั้งนี้แม้ว่าตัวสินค้าดูจะมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะนำมาใช้เป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว กระเป๋าเดินทางล้อลากถือเป็นสินค้าพรีเมี่ยมที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าของแบรนด์ บริษัท ห้างร้านผู้จัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดต่างๆ มากที่สุดชิ้นหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในลักษณะของการสะสมคะแนนจากการซื้อสินค้า หรือใช้บริการใดๆของแบรนด์ ห้างร้านนั้นๆในแต่ละครั้งเพื่อแลกรับของรางวัล เรียกได้ว่าเป็นของพรีเมี่ยมที่ผู้บริโภคจำนวนมากมองว่ามีมูลค่า ประโยชน์การใช้งานที่คุ้มค่า ควรค่าแก่ร่วมกิจกรรมกิจและใช้ความพยายามในการสะสมคะแนนให้ครบตามเงื่อนไขมากที่สุดชิ้นหนึ่งนั่นเอง

กระเป๋าผ้า แน่นอนว่ากระเป๋าแบบหนึ่งที่จะพลาดนึกถึงไม่ได้ ในการเลือกหาไอเดียสำหรับทำกระเป๋าพรีเมี่ยมเพื่อใช้ในกิจกรรมการตลาดต่างๆ ก็คือกระเป๋าผ้า หนึ่งในตัวเลือกพื้นฐานที่นิยมใช้เป็นของพรีเมี่ยมสำหรับแคมเปญส่งเสริมการตลาดต่างๆ ซึ่งข้อดีของการเลือกใช้กระเป๋าผ้าเป็นของพรีเมี่ยมก็คือ ต้นทุนสั่งผลิตที่ต่ำ การออกแบบ ใส่ไอเดียต่างๆ ลงไปบนตัวสินค้าทำได้ง่าย มีพื้นที่ให้เลือกจัดวางองค์ประกอบต่างๆ มากพอสมควร แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อเสียตรงที่ตัวสินค้าอาจจะดูธรรมดา และไม่ดึงดูดความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในช่วงของกระแสการรณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อนแล้ว อีกทั้งผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ตระหนักรู้เรื่องการลดใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งกันเป็นอย่างดีแล้ว ก็ยิ่งทำให้ความน่าสนใจในตัวของพรีเมี่ยมชิ้นนี้ลดน้อยถอยลงไปอีก

ส่องลิสต์ไอเดียของพรีเมี่ยม ที่แบรนด์ดังนิยมเลือกใช้

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัจจุบันของพรีเมี่ยม ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกธุรกิจ ในการสื่อสารการตลาด โปรโมทแบรนด์ หรือแคมเปญต่าง ๆ ไปยังผู้คน และกลุ่มเป้าหมาย โดยของพรีเมี่ยมนั้นนับเป็นไอเทมชิ้นไฮไลท์ที่จะทำให้ผู้คน กลุ่มลูกค้ายังคงจดจำแบรนด์ธุรกิจได้...

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัจจุบันของพรีเมี่ยม ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกธุรกิจ ในการสื่อสารการตลาด โปรโมทแบรนด์ หรือแคมเปญต่าง ๆ ไปยังผู้คน และกลุ่มเป้าหมาย โดยของพรีเมี่ยมนั้นนับเป็นไอเทมชิ้นไฮไลท์ที่จะทำให้ผู้คน กลุ่มลูกค้ายังคงจดจำแบรนด์ธุรกิจได้ แม้ว่ากิจกรรมการตลาด ๆ ที่จัดขึ้นในครั้งนั้น ๆ จะสิ้นสุดลงไปแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ใช่ของพรีเมี่ยมทุกชิ้นซะทีเดียวที่จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้คน และกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ จนนำมาซึ่งความเป็นที่รู้จักและจดจำในแบรนด์ สินค้าพรีเมี่ยมบางชิ้นก็อาจถูกเมิน หรือไม่ดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายเท่าที่ควร และทำให้แบรนด์ถูกมองข้ามไปด้วยเช่นกัน การเลือกหาไอเดียของพรีเมี่ยมสำหรับกิจกรรมทางการตลาดแต่ละครั้ง จึงนับเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญสำหรับนักการตลาด และแบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ ในบทความนี้จึงได้เลือกนำเอาไอเดียสินค้าพรีเมี่ยมที่แบรนด์ดังนิยมเลือกใช้งานมาบอกกล่าวให้ได้นำไปใช้เป็นลิสต์อ้างอิงในการเลือกหาไอเดียสำหรับแคมเปญการตลาดต่างๆ กัน

พรีเมี่ยมแพคเกจที่จำหน่ายพร้อมสินค้า ไอเดียของพรีเมี่ยมชิ้นแรกที่แบรนด์ดัง ๆ นิยมเลือกใช้ โดยเฉพาะกับแบรนด์ธุรกิจที่ผลิตสินค้าบริโภคต่าง ๆ ก็คือ พรีเมี่ยมแพคเกจ หรือบรรจุภัณฑ์สินค้าที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษในช่วงแคมเปญนั้น ๆ และจำหน่ายไปพร้อมกับเซ็ทสินค้า ตัวอย่างเช่น แบรนด์ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวที่จัดทำพรีเมี่ยมแพคเกจเป็นกระเป๋าผ้า กระเป๋าสะพายรูปทรงต่าง ๆ และจำหน่ายพร้อมกับเซ็ทสินค้า 3 ห่อ หรือ 5 ห่อ เป็นต้น ซึ่งหากลูกค้าเลือกซื้อสินค้าเซ็ทนั้น ๆ ก็จะได้รับ พรีเมี่ยมแพคเกจจิ้ง หรือกระเป๋าพรีเมี่ยมใบนั้น ๆ ไปด้วยนั่นเอง

สินค้าแคมป์ปิ้ง ไอเดียต่อมาที่ได้รับความนิยมจากแบรนด์ธุรกิจดังๆ ในการเลือกทำเป็นของพรีเมี่ยมไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะแบรนด์ธุรกิจห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ก็คือ สินค้ากลุ่มแคมป์ปิ้ง เช่น เก้าอี้แคมป์ปิ้ง เก้าอี้สนาม กระเป๋าเป้ กระเป๋าเดินทางแบบต่าง ๆ โดยของพรีเมี่ยมกลุ่มนี้มักได้รับความนิยมเลือกใช้เป็นของรางวัลสำหรับกิจกรรมการตลาดประเภทสะสมคะแนนแลกรับรางวัล ซึ่งลูกค้าจำเป็นต้องซื้อสินค้า และบริการใดๆ ของแบรนด์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสะคะแนนให้ได้ตามจำนวนที่กำหนดสำหรับการแลกรับรางวัลของพรีเมี่ยมแต่ละชิ้น ดังนั้นผลลัพธ์ทางการตลาดที่ได้จึงถือว่าค่อนข้างชัดเจน และเป็นรูปธรรม คุ้มค่ากับต้นทุนการจัดทำสินค้าพรีเมี่ยมที่ค่อนข้างสูงกว่าสินค้ากลุ่มอื่น ๆ

พรีเมี่ยมกิ๊ฟต์เซ็ทสำหรับเทศกาลต่าง ๆ ไอเดียของพรีเมี่ยมยอดนิยมไอเดียต่อมาที่แบรนด์ดัง ๆ นิยมเลือกใช้ก็คือ พรีเมี่ยมกิ๊ฟต์เซ็ทสำหรับเทศกาลต่าง ๆ นั่นเอง โดยไอเดียของพรีเมี่ยมชิ้นนี้จะมีความคล้ายคลึงกับไอเดียพรีเมี่ยมแพคเกจ แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่ พรีเมี่ยมกิ๊ฟต์เซ็ทนี้จะถูกเลือกใช้ในแคมเปญการตลาดในช่วงเวลาเทศกาลพิเศษเท่านั้น และดีไซน์ที่ใช้ก็จะคำนึงถึงความเหมาะสมสำหรับการเลือกใช้เป็นของขวัญนั่นเอง โดยรูปแบบการใช้ของพรีเมี่ยมชิ้นนี้ก็ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร เพียงแค่ทำการดีไซน์บรรจุภัณฑ์ประเภทกิ๊ฟต์เซ็ท เช่น ตะกร้า กระเป๋ารูปทรงต่าง ๆ และเลือกดีไซน์ชื่อแบรนด์ หรือโลโก้แบรนด์ให้มีรูปแบบ สีสันเข้ากันได้กับช่วงเทศกาลนั้น ๆ จากนั้นก็เลือกนำเอาสินค้า ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ของแบรนด์มาจัดบรรจุลงเป็นเซ็ทพร้อมจำหน่าย

บรรจุภัณฑ์ลวดลายลิขสิทธิ์ อีกหนึ่งไอเดียที่ต้องบอกว่ามีให้เห็นกันเรื่อย ๆ และแทบไม่เคยเลือนหายไปจากแวดวงการตลาดของแบรนด์ธุรกิจเจ้าดังต่าง ๆ ก็คือ ของพรีเมี่ยมประเภทบรรจุภัณฑ์ลวดลายลิขสิทธิ์นั่นเอง ตัวอย่างเช่น การนำเอาลวดลายรูปภาพศิลปินมีชื่อเสียงต่าง ๆ มาพิมพ์ลงบนบรรจุภัณฑ์สินค้าของแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ น้ำอัดลมมาผลิตลงใส่กระบอกน้ำหรือร่ม การนำเอาลวดลายจากภาพยนตร์ อนิเมชั่นเรื่องดังต่าง ๆ มาพิมพ์ลงบนบรรจุภัณฑ์สินค้าของแบรนด์ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนท์ เช่น โรงภาพยนตร์ ที่นำเอาลวดลายดังกล่าวมาพิมพ์ลงบนแพคเกจจิ้ง ถังบรรจุป๊อปคอร์น ขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ ที่มีวางจำหน่ายอยู่หน้าโรงภาพยนตร์ เพื่อเพิ่มแวลู่ให้สินค้าไปในตัว เป็นต้น

ของพรีเมี่ยม กับสีมงคลน่าสนใจ

สำหรับสายมูนั้น การที่จะเลือกของอะไรสักอย่างมาใช้งาน หลายคนก็อาจจะเลือกตามศรีมงคลสำหรับวันเกิด ไม่ใช่แค่ของใช้เท่านั้น แต่อาจจะมีสีเสื้อผ้าตามวัน หากใครนำกลยุทธ์ของพรีเมี่ยมที่อาจจะเป็นของที่ระลึกหรือของขวัญมาใช้งาน การลองดูเรื่องศรีมงคลนี้...

สำหรับสายมูนั้น การที่จะเลือกของอะไรสักอย่างมาใช้งาน หลายคนก็อาจจะเลือกตามศรีมงคลสำหรับวันเกิด ไม่ใช่แค่ของใช้เท่านั้น แต่อาจจะมีสีเสื้อผ้าตามวัน หากใครนำกลยุทธ์ของพรีเมี่ยมที่อาจจะเป็นของที่ระลึกหรือของขวัญมาใช้งาน การลองดูเรื่องศรีมงคลนี้ ถือเป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว บางคนก็ใช้ศรีมงคลสำหรับการเสริมดวงในด้านต่างๆ การเสริมอำนาจบารมี การเสริมโชคลาภต่างๆ

ดังนั้นในวันนี้ สำหรับผู้ที่จะเลือกของพรีเมี่ยมไปใช้งาน เราจะพามาดูสีมงคลประจำวันแต่ละวัน ว่าแต่ละวันมีสีมงคลอะไรบ้าง เพื่อที่คุณจะสามารถใช้ของพรีเมี่ยมให้ตรงกับสีประจำวันได้อย่างง่ายดาย

วันจันทร์ เหมาะกับสีเหลือง

ของพรีเมี่ยมที่เป็นสีเหลืองนั้น จะสื่อถึงความสุขและความสดใส บวกกับเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ด้วย สีเหลืองเป็นสีที่สามารถเสริมอำนาจบารมี และเสริมในเรื่องของซับได้ด้วยเหมือนกัน การใช้สีเหลืองในสินค้าพรีเมี่ยมนั้น อาจจะเป็นสีเหลืองล้วนหรืออาจจะผสมสีอื่นได้ที่มีความใกล้เคียงอย่างสีทองอย่างเช่นปากกาโลหะสีทอง

วันอังคาร เหมาะกับสีม่วง

ถึงแม้ว่าสีของวันอังคารจะเป็นสีชมพู แต่สีเสริมดวงของวันอังคารกลับเป็นสีม่วง สีม่วงนั้นสื่อได้ถึงความมีระดับ ความหรูหราหรู ความสง่างาม และแฝงไปด้วยความโรแมนติกด้วยเหมือนกัน ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งกับการจัดทำเป็นของพรีเมี่ยม ที่มาจากแบรนด์ที่อยากจะสร้างภาพลักษณ์ให้ดูหรูหราและสง่างาม สามารถที่จะเสริมดวงได้ในเรื่องของชื่อเสียง ความสุข บวกกับการมีเกียรติยศเหมือนกัน สีม่วงเป็นสีที่สวยอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเข้ากันกับสีโน้นสีนี้ไม่ยากเย็น

วันพุธ เหมาะกับสีส้ม

ของพรีเมี่ยมที่มีสีส้มนั้น จะสื่อไปถึงความหมายที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ความรู้สึกที่มีความอบอุ่น มีความเป็นมิตรอยู่ และยังเป็นสีที่แสดงถึงพลังงานสำคัญบางอย่างด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นพลังงานที่ดี นอกจากนี้ยังเสริมในเรื่องของโชคลาภ และในเรื่องของหน้าที่การงานที่จะเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นได้ด้วย หากเป็นในแง่ของการทำงาน สีส้มยังกระตุ้นการทำงานของจิตใจ และทำให้มีการสื่อสารที่ดีได้มากยิ่งขึ้น

วันพฤหัสบดี เหมาะกับสีฟ้า

สีฟ้าสื่อได้ถึงความสงบเยือกเย็น ความปลอดภัย และการสามารถไว้วางใจได้ นอกจากนี้ยังสามารถบ่งบอกได้ถึงความน่าเชื่อถือและการยอมรับด้วยเหมือนกัน ดังนั้นจึงเหมาะสมอย่างมากกับแบรนด์ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ให้ดูมีความปลอดภัย สร้างความเนื้อเชื่อใจกับลูกค้าหรือผู้ที่มาใช้บริการ สีฟ้ายังเข้ากับแบรนด์ส่วนใหญ่ได้ด้วยเหมือนกัน

วันศุกร์ เหมาะกับสีชมพู

ของพรีเมี่ยมที่มีสีชมพูนั้น ไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงเด็กผู้หญิงเสมอไป มันอาจจะนำเสนอในเรื่องของความรักและความโรแมนติกได้ นอกจากนี้สีชมพูยังให้ความรู้สึกสนุกสนาน ความอ่อนเยาว์หรือความเป็นเด็กอยู่เล็ก ๆ สีชมพูยังทำให้ผู้คนส่วนใหญ่เกิดความเอ็นดู ความหมายแฝงคืออาจจะมีผู้สนับสนุน ยังทำให้สินค้าของเราดูมีความอ่อนโยนมากยิ่งขึ้นอย่างเช่นร่มหรือถุงผ้า

วันเสาร์ เหมาะกับสีแดง

ของพรีเมี่ยมสีแดงนั้น นับว่าเป็นของที่อาจจะมีความโดดเด่นมากที่สุดเลยก็ว่าได้ และยังสามารถดึงดูดการมองเห็นของผู้คนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงเป็นสีที่น่าสนใจ นอกจากนี้ความหมายแฝงยังน่าสนใจด้วย สีแดงหมายถึงอำนาจและบารมี ชื่อเสียงและเกียรติยศอีกด้วย สีแดงยังเป็นศรีมงคลของคนจีน เรียกได้ว่าเป็นสีเรียกซับเลยอย่างเช่นร่มสีแดงหรือกระบอกน้ำ

วันอาทิตย์ เหมาะกับสีเขียว

มาถึงสุดท้ายคือวันวันอาทิตย์ สีเขียวเป็นสีที่เรียกได้ว่าเหนี่ยวนำทรัพย์มาให้กับเจ้าของได้เป็นอย่างดี เพราะสีเขียวมักถูกมองเป็นสีของเงิน นอกจากนี้ยังเสริมในเรื่องของความมั่งคั่ง ความปลอดภัย และทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของเกิดความสมหวังด้วย

ใช้กลยุทธ์ของพรีเมี่ยม ห้ามทำสิ่งเหล่านี้

การมอบของพรีเมี่ยมให้แก่ลูกค้านั้น ถือเป็นกลยุทธ์การขายรูปแบบหนึ่ง ที่หลายแบรนด์เลือกมาใช้แล้วก็นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในยุคที่การแข่งขันทางการตลาดสูงแบบนี้ กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อออกมากระตุ้นยอดขายนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทางแบรนด์จะละเลยไปไม่ได้...

การมอบของพรีเมี่ยมให้แก่ลูกค้านั้น ถือเป็นกลยุทธ์การขายรูปแบบหนึ่ง ที่หลายแบรนด์เลือกมาใช้แล้วก็นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในยุคที่การแข่งขันทางการตลาดสูงแบบนี้ กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อออกมากระตุ้นยอดขายนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทางแบรนด์จะละเลยไปไม่ได้ การมอบของพรีเมี่ยมนี้ ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่ง ที่ได้ผลเสมอมา

หากจะกล่าวถึงกลยุทธ์การใช้ของพรีเมี่ยม หลายคนน่าจะมองว่าเป็นสิ่งที่ได้ผล และหยิบยกมันมาใช้งานกันตลอดเวลา หากครั้งไหนต้องการที่จะกระตุ้นยอดขาย ก็เพียงแค่ทำการมอบของเหล่านี้ให้แก่ลูกค้า แต่ช้าก่อน รู้หรือไม่ว่า แม้แต่กลยุทธ์การมอบของพรีเมี่ยมที่ดูเหมือนจะได้ผลทุกครั้งไปนี่ ก็มีจุดที่น่าระวังเหมือนกัน ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนมักจะละเลยไป และในวันนี้ เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ ข้อห้ามต่างๆ หากอยากให้การมอบของพรีเมี่ยมให้กับลูกค้านั้นเป็นไปได้อย่างดี

ของราคาแพง อาจไม่ได้น่าถูกใจเสมอไป

ในการเลือกสินค้าใดๆ ก็ตามมาจัดทำเป็นของพรีเมี่ยมนั้น โดยส่วนมากผู้คนมักเลือกใช้ของในชีวิตประจำวัน อย่างพวกปากกา กระบอกน้ำ สมุดโน้ต หรือของใช้อีกมากมาย สินค้าที่จะเลือกมาใช้หนี้ อาจจะไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนสูงเสมอไป เพียงแต่ต้องออกแบบสินค้าเหล่านี้ ให้มีความเป็นเอกลักษณ์และมีความแตกต่าง บวกกับความน่าสนใจเข้าไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น อาจจะเพิ่มลูกเล่นลงไป หรือทำดีไซน์ให้เป็นเอกลักษณ์ เมื่อหยิบมาใช้งานแล้วอาจจะนึกถึงแบรนด์เรา เพิ่มมูลค่าของของเหล่านี้ให้เป็นเหมือนสินค้าจำกัดจำนวน ไม่ว่าใครก็น่าจะอยากหยิบมาใช้ทั้งนั้น

เวลาในการใช้งาน ไม่ควรนานเกินไป

อีกหนึ่งปัจจัย ที่สามารถเป็นตัวช่วยสำคัญ ในการเร่งการตัดสินใจในการซื้อของลูกค้าได้เป็นอย่างดี คือการใช้ระยะเวลาในการมอบของพรีเมี่ยมเหล่านี้ หากเรามอบของเหล่านี้ที่ถูกผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนจำกัดด้วย บวกกับการมีกรอบระยะเวลาเป็นเงื่อนไขเข้าไปด้วยอีก ก็ยิ่งจะเพิ่มความน่าสนใจให้กับของพรีเมี่ยมของเรา เพราะเมื่อสินค้าผลิตมาแบบจำกัดจำนวน อีกทั้งยังสามารถหาซื้อได้เพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง ก็ยิ่งเพิ่มความลิมิเต็ดอิดิชั่นให้กับของของเรามากเข้าไปอีก

มอบของพรีเมี่ยมให้กับทุกคน มันอาจจะไม่พรีเมี่ยมอีกต่อไป

จริงอยู่ที่ว่า ของเหล่านี้สามารถที่จะกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี มันสามารถทำกำไรให้กับแบรนด์ได้จำนวนมาก แต่หากเรามอบของเหล่านี้ให้กับทุกคน มันก็อาจจะดูไม่มีความพรีเมี่ยมอีกต่อไป เพราะว่าใคร ๆ ก็สามารถหาของเหล่านี้มาใช้งานได้ง่ายๆ ดังนั้นเราอาจวางกลยุทธ์บางอย่างเพิ่มเติม อย่างการเปลี่ยนจากการเป็นของแถม เป็นการมอบสิทธิ์แลกซื้อ ด้วยแกงกำหนดให้ลูกค้าซื้อสินค้าตามเงื่อนไขที่เรากำหนดไว้ หรืออาจอยู่ในรูปแบบของการสะสมคะแนนก็ได้

เลือกของที่หาที่ไหนก็ได้

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อผิดพลาด ที่ทั้งหลายแบรนด์อาจจะเลือกมองข้ามไป สิ่งสำคัญคือ ของที่เราจะนำมาแจกต้องดึงดูดใจ และเป็นที่ต้องการของลูกค้าอย่างแน่นอน สิ่งนี้จะเป็นการสร้างความแตกต่างให้มากเลยทีเดียว ดังนั้นควรเพิ่มลูกเล่นและดีไซน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เข้าไป พยายามบ่งบอกถึงตัวแบรนด์ รวมถึงอาจผลิตเป็นจำนวนจำกัดด้วย เพื่อให้สินค้าของเราไม่หาที่ไหนก็ได้ ถ้าอยากได้ต้องมาแค่ที่นี่เท่านั้นหรือการสกรีนโลโก้หรือชื่อแบรนด์ลงไปในกระบอกน้ำ เป็นลายที่ไม่ซ้ำใคร

อยากแจกเมื่อไหร่ แจกเมื่อนั้น

การผลิตของเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อทำการกระตุ้นยอดขาย แน่นอนว่าไม่มีช่วงเวลาที่ถูกหรือผิด ทั้งหมดขึ้นกับการวางแผน และการวางกลยุทธ์การตลาดของแต่ละแบรนด์ บางแบรนด์อาจใช้เทศกาลสำคัญ ในการมอบของเหล่านี้ให้แก่ลูกค้า แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เราไม่ควรที่จะแจกของเหล่านี้ แบบอยากแจกเมื่อไหร่ก็แจก แน่นอนว่ามันทำให้ของเหล่านี้ดูไม่เป็นที่ต้องการมากนัก เพราะอยากได้เมื่อไรก็สามารถหาได้ง่ายๆ

ส่อง 5 ไอเดีย ของพรีเมี่ยมสำหรับกลุ่มเป้าหมาย Gen Z & Gen Alpha

หากพูดถึงกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดสำหรับธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ ก็แน่นอนเหลือเกินว่าหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายที่ดูจะสำคัญมากที่สุดและจะกลายเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดในอนาคตอันใกล้นี้ก็คือ กลุ่มเป้าหมาย Gen Z และ Gen Alpha...

หากพูดถึงกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดสำหรับธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ ก็แน่นอนเหลือเกินว่าหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายที่ดูจะสำคัญมากที่สุดและจะกลายเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดในอนาคตอันใกล้นี้ก็คือ กลุ่มเป้าหมาย Gen Z และ Gen Alpha หรือก็คือกลุ่มลูกค้าเด็กและวัยรุ่นที่ปัจจุบันอยู่ในช่วงวัยเรียน และวัยเริ่มต้นทำงานนั่นเอง การจัดกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ ของธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการจัดทำของพรีเมี่ยมสำหรับแจก มอบให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของแบรนด์ จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมาย Gen Z และ Gen Alpha มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกลุ่มลูกค้าเจเนอเรชั่นดังกล่าวนี้เติบโตมาในโลกที่แตกต่างไปจากโลกในเจเนอเรชั่นก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง ก็ยิ่งถือว่าเป็นงานยากสำหรับนักการตลาดที่จะเลือกหาไอเดียแคมเปญการตลาด และของพรีเมี่ยมที่สามารถเรียกความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวนี้ได้ ในบทความนี้จึงได้เลือกเอา 5 ไอเดียของพรีเมี่ยมที่แมตช์กันได้กับกลุ่มเป้าหมายเจเนอเรชั่น Z และ Alpha มาบอกกล่าวให้ได้เลือกใช้เป็นแนวทางในการคิดหาไอเดียสำหรับแคมเปญการตลาดต่าง ๆ กัน

เสื้อยืด แม้ว่าเมื่อมองโดยผิวเผิน เสื้อยืดดูจะเป็นเพียงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายธรรมดา ๆ ชิ้นนึงที่ไม่น่าจะเป็นของพรีเมี่ยมที่ตอบโจทย์การเรียกกระแสความสนใจจากผู้บริโภค Gen Z และ Alpha ได้ แต่หากพิจารณาที่รสนิยมการแต่งกายของเด็กรุ่นใหม่ก็จะพบว่าเสื้อยืดถือเป็นหนึ่งในไอเทมแต่งกายยอดนิยมสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องการความรู้สึกสบายในการสวมใส่ และไม่ได้หลงใหลดีไซน์ที่ดูมีความเป็นทางการเกินไปเหมือนแฟชั่นสำหรับผู้ใหญ่ในรุ่นก่อน ๆ เสื้อยืดจึงนับเป็นไอเดียของพรีเมี่ยมสุดเวิร์กชิ้นแรกสำหรับกลุ่มเป้าหมายนี้

แก็ดเจ็ตไอที อย่างที่ทราบกันดีว่าผู้บริโภคเจเนอเรชั่น Z และ Alpha นั้นเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีมากมายรอบตัว ดังนั้นความต้องการใช้งานแก็ดเจ็ตเสริมต่าง ๆ ร่วมกับอุปกรณ์ไอทีในชีวิตประจำวัน เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ของพวกเขาจึงมีอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ไอเดียของพรีเมี่ยมสุดเวิร์กชิ้นที่สองจึงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก สินค้ากลุ่มแก็ดเจ็ต เช่น หูฟัง ลำโพงบลูทูธ แท่นวางสมาร์ทโฟน ฯลฯ นั่นเอง

ถุงผ้า สินค้าธรรมดา ๆ อีกชิ้นนึงที่นักการตลาดหลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าแมตช์กันได้ดีกับกลุ่มเป้าหมายเจเนอเรชั่น Z และ Alpha ก็คือ ถุงผ้า หรือกระเป๋าผ้านั่นเอง เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่ากลุ่มผู้บริโภคเจเนอเรชั่นดังกล่าวนี้เติบโตมาพร้อมกับกระแสตระหนักรู้เรื่องภาวะโลกร้อน และไลฟ์สไตล์ประจำวันของพวกเขาก็มีความต้องการใช้งานสินค้าชิ้นนี้ในการพกพาอุปกรณ์การเรียน หรืออุปกรณ์การทำงานต่าง ๆ เป็นประจำอยู่แล้วเช่นกัน

สินค้าแฟชั่น ลักษณะเด่นอย่างนึงของกลุ่มเป้าหมาย Gen Z และ Gen Alpha ที่สังเกตเห็นได้ชัดว่ามีความแตกต่างจากกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ ก็คือ ความสนใจในเรื่องแฟชั่นไลฟ์สไตล์นั่นเอง ดังนั้นแน่นอนว่าของพรีเมี่ยมอีกกลุ่มนึงที่แมตช์กันได้ดีกับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวนี้ก็คือ สินค้ากลุ่มแฟชั่น พร็อพแต่งกายต่าง ๆ เช่น หมวก ที่คาดผม เป็นต้น

เครื่องเขียน อีกหนึ่งไอเดียที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นของพรีเมี่ยมสุดเวิร์กสำหรับกลุ่มเป้าหมายเจเนอเรชั่น Z และ Alpha อย่างแน่นอนก็คือ สินค้ากลุ่มเครื่องเขียน เช่น ปากกา ดินสอ สมุดโน้ต นั่นเอง เพราะอย่างที่ทราบกันว่าไลฟ์สไตล์ประจำวันของกลุ่มเป้าหมาย Gen Z และ Alpha นั้น มีความต้องการใช้งานเครื่องเขียนต่าง ๆ สำหรับกิจกรรมการเรียน การทำงาน หรือกระทั่งกิจกรรมส่วนตัว งานอดิเรกต่าง ๆ ที่สนใจ เป็นประจำอยู่แล้ว การได้รับของพรีเมี่ยมที่เป็นเครื่องเขียนจากแบรนด์ธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ จากกิจกรรมทางการตลาดใด ๆ ที่เข้าร่วมไป จึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาจะนำไปหยิบจับใช้งานจริงอย่างสม่ำเสมอ และจดจำแบรนด์ไปได้โดยอัตโนมัติ

 

5 เหตุผล ที่ไม่ควรเลือกใช้สินค้าที่มีขนาดใหญ่ ทำเป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมการตลาดต่าง ๆ

เมื่อพูดถึงสินค้าพรีเมี่ยมในแคมเปญการตลาดต่าง ๆ แน่นอนว่าหลายคนคงพอจะสังเกตเห็นได้ว่า สินค้าส่วนใหญ่ที่แบรนด์ธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ นำมาทำเป็นของพรีเมี่ยมนั้นมักจะมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก กะทัดรัด เช่น ปากกา พวงกุญแจ กระเป๋าพกพาแบบต่าง ๆ หรืออย่างน้อยก็มีขนาดเล็ก...

เมื่อพูดถึงสินค้าพรีเมี่ยมในแคมเปญการตลาดต่าง ๆ แน่นอนว่าหลายคนคงพอจะสังเกตเห็นได้ว่า สินค้าส่วนใหญ่ที่แบรนด์ธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ นำมาทำเป็นของพรีเมี่ยมนั้นมักจะมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก กะทัดรัด เช่น ปากกา พวงกุญแจ กระเป๋าพกพาแบบต่าง ๆ หรืออย่างน้อยก็มีขนาดเล็ก พกพาสะดวกภายหลังการพับเก็บแล้ว เช่น ร่ม เสื้อยืด เป็นต้น ในทางตรงกันข้ามสินค้าที่มีขนาดใหญ่มักเป็นกลุ่มสินค้าที่เราไม่ค่อยได้พบเห็นในแคมเปญการตลาดกันมากนัก แต่ก็พอจะมีให้เห็นกันอยู่เป็นระยะ ๆ บ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะแคมเปญการตลาดของแบรนด์ธุรกิจ ห้างร้านเจ้าดังต่าง ๆ ที่มักจะนำเอาสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น กระเป๋าเดินทาง มาใช้เป็นของพรีเมี่ยมปะปนกับสินค้าขนาดเล็กชิ้นอื่น ๆ เป็นครั้งคราว ในบทความนี้จึงได้รวบรวมเอา 5 เหตุผลที่แบรนด์ต่าง ๆ ไม่นิยมนำเอาสินค้าที่มีขนาดใหญ่มาทำเป็นของพรีเมี่ยมในแคมเปญการตลาดต่าง ๆ มาบอกกล่าวให้ได้ทราบกัน

ต้นทุน/งบประมาณที่สูง เหตุผลแรกที่สินค้าขนาดใหญ่ไม่ได้รับความนิยมในการเลือกใช้เป็นของพรีเมี่ยมสำหรับแคมเปญการตลาดต่าง ๆ ก็คือ เหตุผลด้านต้นทุน หรืองบประมาณที่ต้องใช้นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าพื้นฐานต้นทุนอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าประเภทต่าง ๆ นั้น สินค้าที่มีขนาดใหญ่ย่อมมีแนวโน้มที่จะใช้ต้นทุนสูงกว่าสินค้าขนาดเล็ก เนื่องจากจำเป็นต้องใช้วัสดุมากกว่าในขั้นตอนการผลิต โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ใช่สินค้ากลุ่มเทคโนโลยี แก็ดเจ็ต และไม่มีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน ต้นทุนหลัก ๆ ก็มักจะผันแปรไปตามขนาดของตัวสินค้า

ภาระในการนำกลับและเก็บรักษาของลูกค้า เหตุผลสำคัญประการต่อมาที่นักการตลาดไม่นิยมเลือกเอาสินค้าชิ้นใหญ่ๆ มาทำเป็นของพรีเมี่ยมแจก แถมให้แก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก็คือ ภาระในการนำกลับและเก็บรักษาของพรีเมี่ยมชิ้นนั้น ๆ ที่เกิดกับลูกค้านั่นเอง เพราะแน่นอนว่าลูกค้าย่อมรู้สึกว่าการนำกลับและเก็บรักษาสินค้าชิ้นเล็ก ๆ ไว้นั้นง่ายกว่าการเก็บรักษาสินค้าขนาดใหญ่ อย่างเช่นกระบอกน้ำ ที่มีขนาดเล็ก เก็บรักษาง่าย

แนวโน้มในการพกพาติดตัว เหตุผลต่อมาถือว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิผลทางการตลาดโดยตรง ซึ่งก็คือแนวโน้มที่ลูกค้าที่ได้รับของพรีเมี่ยมชิ้นนั้น ๆ ไปจะพกพาสินค้าติดตัวนั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือ ของพรีเมี่ยมชิ้นเล็ก ๆ เช่น พวงกุญแจ ปากกา เครื่องเขียน มักมีแนวโน้มที่ลูกค้าจะพกพาติดตัวไว้มากกว่าสินค้าที่มีขนาดใหญ่ และแน่นอนว่าโอกาสในการจดจำ นึกถึงแบรนด์ก็ย่อมมีมากกว่าตามไปด้วยนั่นเอง

ง่ายต่อการขนย้าย แจกมอบให้แก่กลุ่มเป้าหมายในแคมเปญ เหตุผลต่อมาที่ทำให้สินค้าขนาดเล็กเป็นของพรีเมี่ยมที่เวิร์กกว่าสินค้าชิ้นใหญ่ ๆ ก็คือ ความสะดวกในการจัดการ ขนย้าย แจกมอบสินค้าให้กับกลุ่มเป้าหมายในแคมเปญการตลาดต่าง ๆ ของแบรนด์นั่นเอง เนื่องจากรูปแบบ และสถานที่จัดทำแคมเปญการตลาดต่าง ๆ นั้นไม่มีแพทเทิร์นที่ตายตัว และอาจมีการปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมกับช่วงเวลาและสถานการณ์ได้ตลอด

ตัวเลือกสินค้าขนาดเล็กมีเยอะกว่า อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การเลือกใช้สินค้าชิ้นเล็กทำเป็นของพรีเมี่ยมดูเวิร์กกว่าสินค้าชิ้นใหญ่ ๆ ก็คือ ตัวเลือกสินค้าที่มีเยอะกว่านั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มเครื่องเขียน แก็ดเจ็ต พร็อพแต่งกาย ของใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าที่มีขนาดกะทัดรัดทั้งนั้น ขณะที่สินค้าที่มีขนาดใหญ่นั้นนอกจากจะมีตัวเลือกไม่มากแล้ว ก็ยังตามมาด้วยข้อจำกัดด้านต้นทุน หรืองบประมาณที่ใช้ โดยสินค้าหลาย ๆ ชิ้นแม้จะมีประโยชน์ใช้สอยพื้นฐานในชีวิตประจำวันที่กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ต้องการ มีคุณสมบัติหลายอย่างที่เหมาะสมจะทำเป็นของพรีเมี่ยมแจก แถมในแคมเปญการตลาดต่าง ๆ แต่สุดท้ายข้อจำกัดด้านต้นทุน และการใช้งบการตลาดก็มักสร้างความยากลำบากให้กับแบรนด์ต่าง ฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแคมเปญที่มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก

5 ไอเดียจัดกิจกรรมแจกของพรีเมี่ยม ในโลกการตลาดยุคดิจิทัล

อย่างที่ทราบกันดีว่าการแจกของพรีเมี่ยม หรือสินค้าที่มีการตีตราโลโก้ ชื่อแบรนด์ขององค์กร ห้างร้านใด ๆ อย่างเช่น แก้วน้ำ ร่ม พวงกุญแจ ริสท์แบรนด์  สมุดโน้ต ถุงผ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย ให้แก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั้น...

อย่างที่ทราบกันดีว่าการแจกของพรีเมี่ยม หรือสินค้าที่มีการตีตราโลโก้ ชื่อแบรนด์ขององค์กร ห้างร้านใด ๆ อย่างเช่น แก้วน้ำ ร่ม พวงกุญแจ ริสท์แบรนด์  สมุดโน้ต ถุงผ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย ให้แก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั้น มักมาพร้อมกับกิจกรรมทางการตลาดที่ให้กลุ่มลูกค้าได้มีส่วนร่วมก่อนที่จะแจก มอบของพรีเมี่ยมชิ้นนั้น ๆ ให้ เพื่อสร้างการเชื่อมโยงระหว่างองค์กร แบรนด์ และกลุ่มลูกค้า ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการจดจำในแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น โดยที่กิจกรรมทางการตลาดนั้น ๆ ก็อาจแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของกลุ่มลูกค้า และกระแสความนิยมในช่วงเวลาต่าง ๆ ซึ่งหากกล่าวถึงกระแสความนิยมในปัจจุบันก็แน่นอนว่ารูปแบบของกิจกรรมการตลาดที่ดูจะได้รับความนิยม และเหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่มากที่สุดก็คือกิจกรรมการตลาดแบบดิจิทัล หรือก็คือการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลช่วยในการจัดกิจกรรมและสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั่นเอง ในบทความนี้จึงได้เลือกเอา 5 ไอเดียจัดกิจกรรมแจกของพรีเมี่ยม สำหรับการตลาดในยุคดิจิทัลมาแนะนำบอกกล่าวให้ได้เลือกนำไปใช้งาน

กิจกรรมแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย กิจกรรมแรกที่ถือเป็นไอเดียพื้นฐานที่ยังคงใช้ได้ดีสำหรับโลกการตลาดยุคดิจิทัลในปัจจุบันก็คือ การเชิญชวนให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็น หรือหัวข้อใด ๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของแบรนด์ หรือองค์กร โดยที่ความคิดเห็นที่มีคุณภาพ ได้รับความนิยมสูงสุด หรือเข้าเงื่อนไขใด ๆ ที่กำหนดจะได้รับของพรีเมี่ยมเป็นรางวัลไปนั่นเอง ไอเดียนี้นอกจากจะทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่แบรนด์จัดขึ้นแล้ว ระยะยาวยังเป็นผลดีในแง่ของสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าอีกด้วย เพราะจะช่วยให้กลุ่มลูกค้าเข้ามาติดตามบัญชีโซเชียลฯของแบรนด์มากยิ่งขึ้น

กิจกรรมบอกต่อผ่านสื่อโซเชียลฯ กิจกรรมต่อมาที่ถือว่าเป็นการตลาดที่ช่วยบอกต่อให้แบรนด์ องค์กรเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นได้เป็นอย่างดีเลยก็คือ กิจกรรมบอกต่อผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ นั่นเอง ตัวอย่างเช่น กิจกรรมเชิญชวนให้ลูกค้าเป้าหมายทำการติดแท็ก แชร์ หรือส่งต่อการโปรโมทข่าวสารใด ๆ ของแบรนด์ไปยังบัญชีผู้ใช้ของเพื่อน ๆ เพื่อแลกรับของพรีเมี่ยมต่าง ๆ เช่น กระบอกน้ำ ร่ม  กล่องอเนกประสงค์ เป็นต้น

กิจกรรมถ่ายภาพสินค้า บริการของแบรนด์ ในโลกของการตลาดยุคดิจิทัล หนึ่งในรูปแบบการโปรโมทที่ต้องยกให้เป็นการโปรโมทที่ทรงพลังที่สุดก็คือ ภาพถ่ายสินค้า หรือบริการจริงที่ถ่ายโดยลูกค้าจริงนั่นเอง ดังนั้นแน่นอนว่าอีกหนึ่งไอเดียกิจกรรมแจกของพรีเมี่ยมที่ไม่ควรพลาดเลือกใช้งานก็คือ การเชิญชวนให้กลุ่มลูกค้าทำการถ่ายสินค้า หรือบริการใด ๆ ของแบรนด์มาโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อแลกรับของพรีเมี่ยมไปนั่นเอง

กิจกรรมเสนอไอเดียการพัฒนาสินค้า และบริการ อย่างที่ทราบกันดีว่าการรับฟังข้อเสนอแนะ ไอเดียการพัฒนาสินค้าจากลูกค้าโดยตรงนั้นก็ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการทำการตลาดที่ได้ผลดีที่สุดของแบรนด์ธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ ในทุกยุคสมัย ดังนั้นแน่นอนว่าในโลกของการตลาดยุคดิจิทัลแบบนี้ การจัดกิจกรรมเปิดรับการเสนอไอเดียการพัฒนาสินค้า และบริการจากลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อแลกรับของพรีเมี่ยมก็นับเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ควรเลือกใช้งานเช่นกัน

กิจกรรมสะสมคะแนนบนแอปพลิเคชั่นของแบรนด์ ในโลกการตลาดยุคดิจิทัล นอกเหนือจากบัญชีโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่แต่ละแบรนด์สามารถเลือกใช้เป็นเครื่องมือในการทำการตลาดได้แล้ว การพัฒนาแอปพลิเคชั่นเฉพาะของแบรนด์ขึ้นมาเองก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประโยชน์ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการจัดกิจกรรมเพื่อแจก มอบของพรีเมี่ยมของแบรนด์ให้แก่กลุ่มลูกค้าในรูปแบบของการสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของพรีเมี่ยม เพราะการมีแอปพลิเคชั่นเป็นของตัวเองจะช่วยให้การสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ กับกลุ่มลูกค้ามีความยืดหยุ่น และหลากหลายมากยิ่งขึ้น

 

เปิด 5 เหตุผล ที่ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ไม่นิยมใช้สินค้าของตัวเอง เป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมทางการตลาด

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในโลกของการตลาด การโปรโมทแบรนด์ ธุรกิจต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้ ของพรีเมี่ยมถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่แบรนด์ต่าง ๆ ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการโฆษณาธุรกิจให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยที่สินค้าที่แบรนด์ต่าง ๆ...

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในโลกของการตลาด การโปรโมทแบรนด์ ธุรกิจต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้ ของพรีเมี่ยมถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่แบรนด์ต่าง ๆ ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการโฆษณาธุรกิจให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยที่สินค้าที่แบรนด์ต่าง ๆ เลือกนำมาทำมาเป็นของพรีเมี่ยมสำหรับกิจกรรมทางการตลาดนั้นก็มีให้เห็นหลากหลายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สินค้าใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น เสื้อยืด หมวก กระเป๋า ร่ม สินค้ากลุ่มแก็ดเจ็ต เช่น พาวเวอร์แบงค์ Griptok ติดหลังโทรศัพท์ สินค้ากลุ่มเครื่องเขียน เช่น ปากกา ดินสอ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มีสินค้ากลุ่มนึงที่เราจะสังเกตเห็นได้เช่นกันว่าแทบจะไม่มีแบรนด์ธุรกิจไหน เลือกนำมาใช้เป็นของพรีเมี่ยมสำหรับกิจกรรมการตลาดที่ตัวเองจัดขึ้น ซึ่งก็คือ สินค้าของตัวเองที่อยู่ในไลน์ผลิตของตัวเอง หรือมีการตีตราแบรนด์วางจำหน่ายในช่องทางต่าง ๆ อยู่แล้วนั่นเอง ทั้ง ๆ ที่น่าจะเป็นกลุ่มสินค้าที่ง่ายต่อการหยิบจับมาใช้งานมากที่สุด และช่วยควบคุมงบประมาณในการทำการตลาดได้ดีที่สุดแล้วก็ตาม ในบทความนี้จึงจะมาเปิดเหตุผลให้ได้ทราบกันว่า เพราะอะไรสินค้าของตัวเองจึงเป็นของต้องห้ามสำหรับแบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ ในการนำมาใช้เป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมทางการตลาด

ไม่ได้ช่วยขยายความเป็นที่รู้จักในแบรนด์มากนัก เหตุผลสำคัญประการแรกที่แบรนด์ต่าง ๆ ไม่นิยมใช้สินค้าของตัวเองทำเป็นของพรีเมี่ยมสำหรับกิจกรรมทางการตลาดใด ๆ ก็คือ สินค้าแบรนด์ของตัวเองนั้นมีแนวโน้มที่จะช่วยขยายความเป็นที่รู้จักออกไปได้น้อยนั่นเอง เนื่องจากผู้คนสามารถพบเห็นสินค้าที่มีการตีตราแบรนด์ได้ตามช่องทางการจัดจำหน่าย ๆ ต่างอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแบรนด์เจ้าดังต่าง ๆ ที่มีช่องทางการจำหน่ายหลากหลายก็ยิ่งไม่มีความจำเป็นต้องนำเอาสินค้าของแบรนด์มาทำเป็นของพรีเมี่ยมในแคมเปญการตลาดใด ๆ

ของพรีเมี่ยม และสินค้าทดลองใช้มีหน้าที่แตกต่างกัน เหตุผลต่อมาที่ทำให้แบรนด์ต่างๆหลีกเลี่ยงการใช้งานสินค้าในไลน์ผลิตของตัวเองมาทำเป็นสินค้าพรีเมี่ยมก็คือ ประโยชน์ หรือหน้าที่ในเชิงการตลาดที่แตกต่างกันของสินค้าพรีเมี่ยม และสินค้าทดลองใช้นั่นเอง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ แบรนด์ต่าง ๆ มักนิยมนำสินค้าในไลน์ผลิต โดยเฉพาะสินค้าที่เพิ่งพัฒนาขึ้นมาใหม่นำมาทำเป็นสินค้าทดลองใช้ เพื่อแจก มอบให้ผู้คนที่คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั้น ๆ จะกลับมาซื้อสินค้ามากกว่า ขณะที่ของพรีเมี่ยมมีหน้าที่เสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ สร้างการจดจำในตัวแบรนด์ โดยที่ผู้คนไม่จำเป็นต้องนึกถึงสินค้าต่าง ๆ ของแบรนด์ แบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ จึงนิยมเลือกใช้สินค้าที่ไม่ได้อยู่ในไลน์ผลิตของตัวเองซะมากกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสที่ผู้คนจะจดจำแบรนด์จากมิติอื่น ๆ และนึกถึงแบรนด์ได้แม้จะไม่ได้พบเห็นสินค้าของแบรนด์อย่างเช่นการสกรีนชื่อแบรนด์ลงบนกระบอกน้ำหรือร่มเป็นต้น

แมตช์กับกลุ่มเป้าหมายได้ในวงจำกัด ข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้การใช้สินค้าในไลน์ผลิตตัวเองของแบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ เป็นของพรีเมี่ยมกลายเป็นไอเดียที่ไม่เวิร์กก็คือ ความแมตช์กันได้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่จำกัดนั่นเอง เนื่องจากแบรนด์ธุรกิจหลายแบรนด์มักจะผลิตสินค้าเฉพาะกลุ่มที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญ ขณะที่การทำการตลาด การสร้างความเป็นที่รู้จัก และเสริมภาพลักษณ์แบรนด์นั้นจำเป็นต้องสื่อสารไปยังผู้คนหลากหลายกลุ่ม สินค้าพรีเมี่ยมจึงควรจะต้องเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ใช้สอยพื้นฐาน เข้ากันได้ หรืออยู่ในความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่หลากหลาย

มีต้นทุนที่ฟิกเรทกว่า แม้ว่าเมื่อมองอย่างผิวเผินแล้วการจัดการกับต้นทุนการผลิตสินค้าในไลน์ผลิตของตัวเองดูจะเป็นเรื่องง่ายกว่าการจ้าง หรือสั่งผลิตภายนอก แต่สำหรับสินค้าพรีเมี่ยมแล้วต้องบอกว่าการเลือกใช้สินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในไลน์ผลิตของตัวเองนั้นถือว่ามีข้อดีกว่ากันมาก เพราะสามารถจัดสรรงบการตลาดได้อย่างยืดหยุ่นกว่า สามารถเลือกสินค้าที่มีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากกว่า

ข้อจำกัดด้านดีไซน์ อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้การใช้สินค้าในไลน์ผลิตตัวเองทำเป็นของพรีเมี่ยมเพื่อใช้ในแคมเปญการตลาดเป็นไอเดียที่ไม่ตอบโจทย์แบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ ก็คือ ข้อจำกัดด้านดีไซน์นั่นเอง เนื่องจากสินค้าสำหรับวางจำหน่ายของแบรนด์ต่าง ๆ มักมีกรอบการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน ขณะที่สินค้าพรีเมี่ยมนั้นจำเป็นต้องดีไซน์ให้แมตช์กับแคมเปญที่ต้องการสื่อสารในแต่ละช่วงเวลา และมีความยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงไปตามคอนเซ็ปต์การสื่อสารในแต่ละช่วงเวลาด้วยเช่นกัน

ข้อควรระวังเรื่องลิขสิทธิ์ในการจัดทำของพรีเมี่ยม

เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันของพรีเมี่ยมถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำการตลาดเพื่อโปรโมทแบรนด์ องค์กร หรือแคมเปญต่าง ๆ ที่ต้องการสื่อสารไปยังผู้คนในแต่ละช่วงเวลา และหนึ่งในปัจจัยที่แต่ละแบรนด์ แต่ละองค์กรให้ความสำคัญในการจัดทำของพรีเมี่ยมแต่ละชิ้นก็คือเรื่องของดีไซน์...

เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันของพรีเมี่ยมถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำการตลาดเพื่อโปรโมทแบรนด์ องค์กร หรือแคมเปญต่าง ๆ ที่ต้องการสื่อสารไปยังผู้คนในแต่ละช่วงเวลา และหนึ่งในปัจจัยที่แต่ละแบรนด์ แต่ละองค์กรให้ความสำคัญในการจัดทำของพรีเมี่ยมแต่ละชิ้นก็คือเรื่องของดีไซน์ หน้าตาสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลวดลายที่พิมพ์ลงบนตัวสินค้า เพราะถือเป็นส่วนที่มีผลต่อการดึงดูดความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากที่สุด โดยที่การออกแบบ เลือกลวดลายต่าง ๆ มาใส่ในตัวสินค้านั้นก็มักจะคำนึงถึงความแมตช์กันได้กับแคมเปญการตลาดนั้น ๆ และลักษณะของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการมอบของพรีเมี่ยมให้ อย่างไรก็ตามในการเลือกออกแบบ ใส่ลวดลายใดๆลงบนของพรีเมี่ยมนั้นก็ยังมีข้อควรระวังที่สำคัญที่หลายแบรนด์ หลายองค์กรมักมองข้ามไปอยู่เช่นกัน ซึ่งก็คือเรื่องของลิขสิทธิ์ หรือทรัพย์สินทางปัญญาที่อาจติดอยู่บนส่วนใดส่วนหนึ่งของดีไซน์สินค้าแต่ละชิ้น และอาจนำมาซึ่งผลเสียและปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์จากการใช้สินค้าชิ้นนั้น ๆในแคมเปญการตลาดใด ๆ นั่นเอง ในบทความนี้จึงได้นำเอาข้อควรระวังต่างๆ เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ในการจัดทำของพรีเมี่ยมสำหรับใช้ในเคมเปญการตลาดต่าง ๆ มาบอกกล่าวให้ได้ทราบกัน

ลวดลายการ์ตูนชื่อดัง จุดหนึ่งที่แบรนด์ต่าง ๆ หรือนักการตลาดหลายคนมักพลาดและกลายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นก็คือ การนำลวดลายตัวการ์ตูนจากอนิเมชั่นเรื่องดังต่าง ๆ มาใช้เป็นส่วนประกอบของดีไซน์ของพรีเมี่ยมที่จัดทำขึ้นอย่างเช่นลวดลายในกระเป๋าผ้า ปากกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแคมเปญการตลาดที่ต้องการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเด็ก ๆ และวัยรุ่น การเลือกใช้ลวดลายการ์ตูนน่ารักต่าง ๆ ก็นับเป็นไอเดียยอดฮิตที่นักการตลาดส่วนใหญ่นึกถึงกัน ทั้งนี้การเลือกนำเอาลวดลายตัวการ์ตูนชื่อดังมาพิมพ์เป็นลวดลายของสินค้าพรีเมี่ยมนั้นถือเป็นไอเดียการทำการตลาดพื้นฐานที่เราพบเห็นกันมานานหลายสิบปีแล้ว และปัจจุบันแบรนด์ยักษ์ใหญ่ก็ยังนิยมใช้ในแคมเปญการตลาดต่าง ๆ ของตนเอง แต่ทว่าโดยทั่วไปแล้วก่อนที่แบรนด์นั้น ๆ จะนำเอาลวดลายใดๆ มาพิมพ์ลงบนของพรีเมี่ยมชิ้นนั้น ๆ ก็มักจะมีการทำข้อตกลง และจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้แก่เจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน ซึ่งเรียกว่าเป็นการใช้ลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ดังนั้นหากเป็นการเลือกนำเอาลวดลายตัวการ์ตูนใด ๆ มาพิมพ์ลงบนสินค้าพรีเมี่ยมของเรา โดยที่ไม่ได้มีการพูดคุยและจ่ายค่าลิขสิทธิ์แก่เจ้าของก่อน ก็จะเท่ากับเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และอาจนำมาซึ่งการถูกฟ้องร้องในภายหลังได้นั่นเอง

รูปทรงสินค้าที่เหมือนกับแบรนด์ดังต่าง ๆ นอกจากเรื่องของลวดลายที่จะนำมาพิมพ์ลงบนตัวสินค้าแล้ว สิ่งต่อมาที่ควรระมัดระวังในขั้นตอนการออกแบบของพรีเมี่ยมเช่นกันก็คือ รูปทรงของตัวสินค้า ซึ่งไม่ควรเลือกใช้รูปทรงที่เหมือนกันกับรูปทรงของแบรนด์ชื่อดังต่าง ๆ เพราะโดยทั่วไปแล้วเมื่อมีการคิดค้นดีไซน์สินค้าใด ๆ ออกมา และมีการผลิตออกมาวางจำหน่ายจริงนั้น แบรนด์เจ้าดังต่าง ๆ มักจะมีการยื่นจดลิขสิทธิ์ไว้เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ ดังนั้นในการเลือกรูปทรงสินค้าเราจึงควรต้องระมัดระวังไม่ให้มีรูปทรงที่เหมือนกันกับแบรนด์ชื่อดังแบบ 100%

ฟังก์ชั่นใช้งานพิเศษต่าง ๆ อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่มักนำมาซึ่งปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์อยู่บ่อยครั้งเช่นกันก็คือ ฟังก์ชั่นการใช้งานพิเศษต่าง ๆ ของตัวสินค้า ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้ว ของพรีเมี่ยม หรือสินค้าชิ้นใด ๆนั้นจะแบ่งฟังก์ชั่นการใช้งานของตัวสินค้าได้เป็นสองแบบ คือฟังก์ชั่นการใช้งานหลัก กับฟังก์ชั่นใช้งานพิเศษ ซึ่งฟังก์ชั่นใช้งานหลักก็คือ ประโยชน์การใช้งานหลักของตัวสินค้า ตัวอย่างเช่น กระบอกน้ำใช้สำหรับบรรจุเครื่องดื่ม ๆ ร่มใช้งานสำหรับกางกันแดด กันฝน เป็นต้น ขณะที่ฟังก์ชั่นพิเศษนั้นอาจมีความแตกต่างออกไปตามการครีเอทของผู้ผลิตแต่ละราย เช่น รูปแบบการเปิดปิดที่แตกต่างจากกระบอกน้ำใบอื่น ๆ รูปแบบการพับเก็บที่แตกต่างจากร่มที่วางจำหน่ายในตลาดทั่วไป เป็นต้น ซึ่งฟังก์ชั่นใช้งานพิเศษเหล่านี้เองที่เราต้องระมัดระวังในการนำมาใช้กับของพรีเมี่ยมชิ้นใด ๆ เพราะอาจเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ผู้คิดค้นและได้มีการจดทะเบียนไว้นั่นเอง

เช็คลิสต์ 5 สินค้าต้องห้าม! ที่ไม่ควรใช้เป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมทางการตลาด

เป็นที่ทราบกันดีว่าในโลกของธุรกิจ การตลาดในปัจจุบันนี้ ของพรีเมี่ยม ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแจกแถมให้กับลูกค้า หรือกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ ธุรกิจเนื่องในโอกาสต่าง ๆ นั้น ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทุกธุรกิจจะขาดไปไม่ได้ เนื่องจากมีส่วนช่วยในการกระตุ้นยอดขาด...

เป็นที่ทราบกันดีว่าในโลกของธุรกิจ การตลาดในปัจจุบันนี้ ของพรีเมี่ยม ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแจกแถมให้กับลูกค้า หรือกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ ธุรกิจเนื่องในโอกาสต่าง ๆ นั้น ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทุกธุรกิจจะขาดไปไม่ได้ เนื่องจากมีส่วนช่วยในการกระตุ้นยอดขาด สร้างการเป็นที่รู้จัก และจดจำในตัวแบรนด์แก่ผู้คนพอสมควร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำมาซึ่งฐานลูกค้าใหม่ ๆ และการเติบโตในอนาคตของแบรนด์ โดยสินค้าที่แบรนด์ ห้างร้านต่างๆ เลือกหยิบจับนำมาทำเป็นของพรีเมี่ยม เพื่อช่วยในการโปรโมทได้นั้นก็มีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใช้งานทั่วไป เช่น ร่ม กระเป๋า กระบอกน้ำ เสื้อยืด หรือสินค้าเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแบรนด์ กิจกรรมทางการตลาด และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อย่างไรก็ตามแม้ว่าสินค้าสำหรับจัดทำเป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมทางการตลาดดูจะเปิดกว้างและเลือกใช้ได้หลากหลายดังกล่าว แต่ในความเป็นจริงแล้วก็มีสินค้าบางชิ้น บางประเภทเช่นกันที่ไม่เหมาะจะหยิบจับนำมาใช้เป็นของพรีเมี่ยมเพื่อแจกแถมในกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ ในบทความนี้จึงได้นำเอาลิสต์ 5 สินค้าต้องห้ามที่ไม่ควรนำมาใช้เป็นของพรีเมี่ยมสำหรับการโปรโมท สื่อสารการตลาดใด ๆ ให้กับแบรนด์มาบอกกล่าวให้ได้ทราบกัน
เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สินค้าชิ้นแรกที่อยู่ในลิสต์สินค้าต้องห้าม ซึ่งนำมาใช้เป็นของพรีเมี่ยมเพื่อช่วยโปรโมทแบรนด์ ธุรกิจใด ๆ ไม่ได้อยู่แล้วก็คือ สินค้าเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นั่นเอง แม้ว่าจะผสมลงไปเพียงเล็กน้อยก็ตาม เพราะสินค้าดังกล่าวจัดเป็นสินค้าควบคุมพิเศษ ซึ่งมีมาตรฐานควบคุม กำกับการซื้อขาย รวมถึงแจกแถมต่างไปจากสินค้าทั่วไป
เครื่องสำอาง สินค้าชิ้นต่อมาที่เข้าข่ายเป็นสินค้าต้องห้ามที่ไม่ควรนำมาจัดทำเป็นของพรีเมี่ยม เพื่อแจกแถมให้กับลูกค้า และลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใด ๆ ในกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ ก็คือ สินค้ากลุ่มเครื่องสำอางนั่นเอง เนื่องจากสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางนั้นเป็นสินค้าที่มีความละเอียดอ่อนเรื่องความปลอดภัยในการใช้งาน และอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงแก่ร่างกาย(ผิว)ของผู้ใช้งานโดยตรง การหยิบจับเครื่องสำอางชิ้นใดมาทำเป็นของพรีเมี่ยม ซึ่งอาจเกิดผลเสียต่าง ๆ แก่ร่างกายของผู้ใช้ตามมา จึงถือเป็นไอเดียที่ไม่เวิร์กอย่างแรง
สินค้าที่มีความซับซ้อนในขั้นตอนการผลิต สินค้ากลุ่มต่อมาที่อาจจะไม่ใช่สินค้าต้องห้ามซะทีเดียว แต่ก็จัดว่าเป็นสินค้าที่แบรนด์ ห้างร้านต่าง ๆ ไม่นิยมเลือกใช้เป็นของพรีเมี่ยม ก็คือ สินค้าที่มีความซับซ้อนในขั้นตอนการผลิตนั่นเอง เช่น สินค้าที่มีระบบควบคุม หรือฟังก์ชั่นการใช้งานอัตโนมัติต่าง ๆ เพราะสินค้ากลุ่มนี้จะมีต้นทุนในการสั่งผลิตที่สูงกว่าสินค้าทั่วไปนั่นเอง ดังที่เราสังเกตเห็นได้ว่าสินค้าที่ถูกหยิบจับมาทำเป็นของพรีเมี่ยมมักจะเป็นสินค้าประเภทของใช้ทั่วไปที่ไม่มีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อนซะเป็นส่วนใหญ่ เช่น เสื้อยืด กระเป๋าผ้า หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกต่าง ๆ เพราะสินค้ากลุ่มนี้มีต้นทุนการผลิตต่ำ และมองหาโรงงานผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานได้ง่ายกว่าสินค้ากลุ่มที่มีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อน
สินค้าบริโภคที่มีส่วนผสมซึ่งเสี่ยงต่ออาการแพ้ต่าง ๆ สินค้าต้องห้ามกลุ่มต่อมาที่ไม่ควรหยิบจับมาทำเป็นของพรีเมี่ยมสำหรับโปรโมทการตลาดใด ๆ ก็คือ สินค้าบริโภค เช่น ของกิน หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ที่มีส่วนผสม ซึ่งเสี่ยงต่ออาการแพ้ต่าง ๆ เช่น ถั่วเหลือง นม หรือน้ำหอมจากสารสกัดต่าง ๆ ทั้งนี้แม้ว่าสินค้าบริโภคกลุ่มดังกล่าวนี้ดูจะสามารถใช้เป็นตัวแทนในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั่วไปได้ดี แต่ก็นับว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะตามมาด้วยปัญหาข้อร้องเรียนต่าง ๆ ในภายหลังที่ทำให้แบรนด์เสียชื่อเสียงได้เช่นกัน
สินค้าที่ดีไซน์รูปทรงมีส่วนแหลมคม สินค้าอีกหนึ่งประเภทที่จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าต้องห้ามที่ไม่ควรเลือกใช้เป็นของพรีเมี่ยมในกิจกรรมทางการตลาดใด ๆ ก็คือ สินค้าที่มีดีไซน์รูปทรงที่มีส่วนแหลมคม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ แก่ลูกค้า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ได้รับสินค้าไป รวมถึงสินค้าที่มีน้ำหนักมากเกินไป ยากต่อการพกพานำกลับไปด้วยนั่นเอง