ปัจจุบันหลายองค์กรให้ความสำคัญกับ ESG และความยั่งยืนมากขึ้น การเลือกโรงงานสำหรับ ผลิตของพรีเมี่ยม จึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะราคา คุณภาพ และระยะเวลาส่งมอบ แต่ยังรวมถึงการใช้ทรัพยากร การจัดการของเสีย และแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมของผู้ผลิตด้วย
แนวคิด “โรงงานสีเขียว” หรือ Green Industry จึงเป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่องค์กรสามารถนำมาพิจารณาในการคัดเลือก Supplier โดยเฉพาะแบรนด์ที่ต้องการให้ของแจกบริษัท ของขวัญลูกค้า และของที่ระลึกสอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืนขององค์กร
โรงงานสีเขียวในบริบทของ Green Industry เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ประเทศไทยมีโครงการอุตสาหกรรมสีเขียว หรือ Green Industry ของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมสถานประกอบการให้ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น
สำหรับองค์กรที่ต้อง ผลิตของพรีเมี่ยม แนวคิดนี้ช่วยให้พิจารณา Supplier ได้ลึกกว่ารูปลักษณ์ของสินค้า เพราะแม้สินค้าจะใช้วัสดุที่เรียกว่า Eco-Friendly แต่กระบวนการผลิตและข้อมูลของโรงงานก็ควรนำมาพิจารณาร่วมกัน
1. Green Commitment – ความมุ่งมั่นสีเขียว มีนโยบายและความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม
2. Green Activity – ปฏิบัติการสีเขียว มีกิจกรรมหรือการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
3. Green System – ระบบสีเขียว มีระบบบริหารจัดการ ติดตาม และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
4. Green Culture – วัฒนธรรมสีเขียว ส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมจนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร
5. Green Network – เครือข่ายสีเขียว ขยายแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมไปยังคู่ค้าและเครือข่าย
ก่อนเลือกโรงงาน ผลิตของพรีเมี่ยม องค์กรจึงสามารถสอบถามเกี่ยวกับระดับ Green Industry นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม หรือหลักฐานการรับรองที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบสถานะจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนนำข้อมูลไปใช้อ้างอิง
ของแจกหนึ่งชิ้นอาจดูเหมือนสร้างผลกระทบไม่มาก แต่หากองค์กรสั่งครั้งละหลายร้อยหรือหลายพันชิ้น ปริมาณวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ พลังงาน และการขนส่งก็เพิ่มขึ้นตามจำนวน
การ ผลิตของพรีเมี่ยม จาก Supplier ที่มีแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมชัดเจน จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สามารถนำมาพิจารณาร่วมกับแนวทาง Sustainable Procurement หรือการจัดซื้อที่คำนึงถึงความยั่งยืน
นอกจากนี้ ของพรีเมี่ยมมักมีชื่อหรือโลโก้บริษัทอยู่บนสินค้า สิ่งที่นำไปมอบให้ลูกค้า พนักงาน หรือคู่ค้า จึงมีส่วนสะท้อนภาพลักษณ์และแนวทางของแบรนด์ด้วย
ก่อน ผลิตของพรีเมี่ยม จำนวนมาก ควรตรวจสอบข้อมูลของ Supplier ให้รอบด้าน โดยพิจารณาอย่างน้อย 5 เรื่อง ได้แก่
1. วัสดุ – ตรวจสอบประเภทและข้อมูลของวัสดุที่ใช้ผลิตสินค้า
2. การใช้ทรัพยากร – พิจารณาแนวทางลดการใช้พลังงาน น้ำ และทรัพยากรในการผลิต
3. การจัดการของเสีย – สอบถามวิธีจัดการเศษวัสดุหรือของเสียจากกระบวนการผลิต
4. มาตรฐานและการรับรอง – หากมีการกล่าวถึง Green Industry หรือมาตรฐานอื่น ควรมีข้อมูลที่ตรวจสอบได้
5. บรรจุภัณฑ์ – พิจารณาการลดกล่อง พลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์ส่วนเกินโดยไม่กระทบต่อสินค้า
โดยเฉพาะการกล่าวอ้างว่าสินค้า “รักษ์โลก” หรือ “Eco-Friendly” ควรมีรายละเอียดสนับสนุน ไม่ควรพิจารณาจากข้อความโฆษณาเพียงอย่างเดียว
การเลือกสินค้าไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำว่า Eco เสมอไป แต่ควรพิจารณาว่าผู้รับมีโอกาสนำสินค้าไปใช้ต่อหรือไม่ เพราะสินค้าที่ใช้งานได้จริงและมีอายุการใช้งานเหมาะสม ย่อมมีโอกาสสร้างประโยชน์มากกว่าของแจกที่ได้รับแล้วไม่ได้ใช้งาน
ตัวอย่างสินค้าที่สามารถนำมาพิจารณา ได้แก่
• กระบอกน้ำหรือแก้วน้ำสำหรับใช้ซ้ำ
• กระเป๋าผ้าสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน
• สมุดโน้ตและเครื่องเขียนสำหรับทำงาน
• อุปกรณ์สำนักงานที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง
• Gift Set ที่ออกแบบให้ลดบรรจุภัณฑ์ส่วนเกิน
เมื่อต้อง ผลิตของพรีเมี่ยม สำหรับองค์กร ควรพิจารณาทั้งวัสดุ ความแข็งแรง ประโยชน์ในการใช้งาน และความเหมาะสมกับกลุ่มผู้รับร่วมกัน
แม้ Supplier จะมีแนวทางหรือมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม แต่ก่อน ผลิตของพรีเมี่ยม จำนวนมากก็ควรตรวจตัวอย่างสินค้าจริง โดยเฉพาะวัสดุ ความแข็งแรง สีสินค้า ตำแหน่งโลโก้ ความคมชัดของงานสกรีน และบรรจุภัณฑ์
หากเป็นคำสั่งซื้อจำนวนมาก ควรขอ Sample หรือ Pre-production Sample เพื่อตรวจรายละเอียดก่อนเริ่มผลิตจริง
จุดที่ควรตรวจ ได้แก่
• วัสดุและสีตรงตามที่ตกลงหรือไม่
• ขนาดและรูปแบบสินค้าถูกต้องหรือไม่
• โลโก้อยู่ในตำแหน่งและขนาดที่เหมาะสมหรือไม่
• งานสกรีน พิมพ์ หรือเลเซอร์เรียบร้อยหรือไม่
• บรรจุภัณฑ์เหมาะกับการจัดส่งและนำไปแจกหรือไม่
การเลือกโรงงานสีเขียวไม่ได้หมายความว่าองค์กรต้องเลือกสินค้าที่แพงที่สุด แต่เป็นการเพิ่มเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้าไปพิจารณาร่วมกับราคา คุณภาพ ระยะเวลาผลิต และการใช้งานจริง
หากองค์กรต้อง ผลิตของพรีเมี่ยม เป็นประจำ ควรกำหนดเกณฑ์คัดเลือก Supplier ให้ชัดเจน เช่น ประเภทวัสดุ MOQ เทคนิคการทำโลโก้ ราคา ระยะเวลาผลิต บรรจุภัณฑ์ คุณภาพสินค้า และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายการตลาดสามารถเปรียบเทียบผู้ผลิตได้ง่ายขึ้น
สุดท้ายแล้ว การเลือกของพรีเมี่ยมที่เหมาะสมควรมองให้ครบทั้งผู้รับ วัตถุประสงค์ งบประมาณ คุณภาพสินค้า และกระบวนการผลิต โรงงานที่มีแนวทาง Green Industry สามารถเป็นหนึ่งในข้อมูลประกอบการเลือก Supplier สำหรับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ ESG และ Sustainable Procurement
ก่อนตัดสินใจ ผลิตของพรีเมี่ยม จึงควรเปรียบเทียบวัสดุ คุณภาพ งานสกรีน ราคา จำนวนขั้นต่ำ ระยะเวลาผลิต และข้อมูลของโรงงาน เพื่อให้ของแจกที่ได้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและภาพลักษณ์ที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร
เนื้อหาด้าน Green Industry ในบทความนี้เรียบเรียงโดยอ้างอิงแนวคิดและข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียวของประเทศไทย ทั้งนี้ หลักเกณฑ์หรือรายละเอียดการรับรองอาจมีการปรับปรุง จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก่อนนำไปใช้เพื่อการรับรองหรือจัดซื้อ
หากกำลังเลือกของแจกบริษัท Gift Set ของขวัญลูกค้า ของที่ระลึก หรืองานพรีเมี่ยมสำหรับแคมเปญองค์กร สามารถดูไอเดียสินค้า วัสดุ รูปแบบ และรายละเอียดงานสกรีน เพื่อเลือกให้เหมาะกับงบประมาณและภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ที่ โรงงานของพรีเมี่ยม.com
จิรารัตน์ พรมดม
ตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด
โรงงานของพรีเมี่ยม ดำเนินการธุรกิจเกี่ยวกับการจัดจำหน่ายสินค้าพรีเมี่ยม พร้อมทำโลโก้ (Logo) ในรูปแบบต่างๆ โดยเน้นหลักความเข้าใจในตัวสินค้าและ โลโก้ของลูกค้าเป็นหลัก เราเป็นเจ้าเดียวในประเทศไทย ที่มีขั้นตอนกระบวนการผลิตเบ็ดเสร็จภายในแห่งเดียว ด้วยการผลิตที่ใช้ระยะเวลาระยะสั้น..
Premium Perfect Co., Ltd. (โรงงานของพรีเมี่ยม สาขาท่าไม้) 372 หมู่ 4 ตำบลท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร 74110
Email: • info@premium-perfect.com
Phone: 02-408-1377
Copyright © 2017 'โรงงานของพรีเมี่ยม' All Rights Reserved.
