Green Event ไม่ได้หมายถึงแค่การลดกระดาษหรือแยกขยะภายในงาน แต่ยังรวมถึงการเลือก ของชำร่วย ที่สร้างขยะน้อย ใช้ซ้ำได้ และมีประโยชน์หลังจบกิจกรรม การเลือก Sustainable Gift อย่างเหมาะสมจึงช่วยให้งานมีภาพลักษณ์ที่ทันสมัย พร้อมสื่อสารแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แนวทาง Sustainable Event ของ UNDP แนะนำว่า หากจำเป็นต้องมีของแจกหรือ Promotional Items ควรพิจารณาสินค้าที่นำกลับมาใช้ซ้ำหรือผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งสามารถนำหลักคิดนี้มาปรับใช้กับงานบริษัท งานสัมมนา และกิจกรรมทางการตลาดได้เช่นกัน
ก่อนเลือก ของชำร่วย จากความสวยหรือราคาเพียงอย่างเดียว ลองพิจารณา 3 คำถามง่าย ๆ
1. ผู้รับสามารถนำไปใช้ต่อในชีวิตประจำวันหรือไม่? 2. สินค้ามีความแข็งแรงและใช้งานได้นานแค่ไหน? 3. สามารถลดถุงพลาสติก กล่อง หรือบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นได้หรือไม่?
หากตอบคำถามเหล่านี้ได้ การเลือกสินค้าให้เข้ากับแนวคิด Green Event ก็จะง่ายขึ้น
ถุงผ้าเป็นตัวเลือกที่คุ้นเคย แต่สามารถทำให้น่าสนใจขึ้นด้วยสีที่ใช้ง่ายและการวางโลโก้อย่างพอดี แทนการพิมพ์โลโก้ขนาดใหญ่ อาจใช้กราฟิกหรือข้อความสั้น ๆ เพื่อให้มีลักษณะคล้ายสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ผู้รับอยากถือในชีวิตประจำวัน
แก้วน้ำหรือแก้วกาแฟ Reusable เหมาะกับงานสัมมนาและกิจกรรมองค์กร เพราะสามารถนำกลับไปใช้ที่บ้านหรือสำนักงานได้
สำหรับ ของชำร่วย ประเภทนี้ ควรพิจารณาน้ำหนัก ความทนทาน การทำความสะอาด และขนาดที่พกพาสะดวกควบคู่กับดีไซน์
สมุดโน้ตยังเหมาะกับงานประชุม อบรม และสัมมนา โดยเฉพาะเมื่อผู้ร่วมงานสามารถใช้งานได้ทันที
ถ้าต้องการลดบรรจุภัณฑ์ อาจเปลี่ยนจากซองพลาสติกเป็นสายคาดกระดาษ พร้อมใส่ QR Code สำหรับข้อมูลกิจกรรมแทนการแจกเอกสารหลายแผ่น
เศษผ้า ป้ายไวนิล หรือวัสดุเหลือจากกระบวนการผลิตสามารถนำกลับมาออกแบบเป็นกระเป๋า ซองใส่อุปกรณ์ และสินค้าใหม่ได้
จุดเด่นของ ของชำร่วย แบบ Upcycled คือเรื่องราวของวัสดุ ผู้จัดงานสามารถบอกผู้รับได้ว่าสินค้าชิ้นนั้นเคยเป็นอะไรและถูกนำกลับมาใช้ใหม่อย่างไร ทำให้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมจับต้องได้มากขึ้น
ช้อนส้อมพกพา กล่องอาหาร หรืออุปกรณ์สำหรับชีวิตประจำวันเป็นอีกทางเลือกสำหรับกิจกรรมที่ต้องการลดผลิตภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว
เคล็ดลับคือเลือกเฉพาะสิ่งที่เหมาะกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ไม่จำเป็นต้องจัดเป็น Gift Set ขนาดใหญ่ เพราะสินค้าชิ้นเดียวที่ได้ใช้จริงอาจมีคุณค่ามากกว่าสินค้าหลายชิ้นที่ถูกเก็บไว้เฉย ๆ
หากเลือก ของชำร่วย ที่ระบุว่าใช้วัสดุรีไซเคิล ควรสอบถามผู้ผลิตเพิ่มเติมว่าวัสดุมาจากอะไร มีสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลเท่าไร และมีข้อมูลหรือมาตรฐานรองรับหรือไม่
วิธีนี้ช่วยให้องค์กรสื่อสารเรื่อง Sustainability ได้อย่างมีข้อมูล และลดความเสี่ยงจากการใช้คำว่า “Eco” หรือ “Green” แบบกว้างเกินไป
กระดาษเพาะเมล็ด เมล็ดพันธุ์ หรือชุดปลูกต้นไม้ขนาดเล็กเหมาะกับงานที่มีแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สามารถเพิ่ม QR Code เพื่อเชื่อมไปยังวิธีปลูก เรื่องราวโครงการ หรือกิจกรรมออนไลน์ ทำให้ของแจกหนึ่งชิ้นสามารถสร้าง Engagement ต่อได้แม้งานจะจบไปแล้ว
ความพรีเมียมไม่จำเป็นต้องมาจากกล่องใหญ่หรือบรรจุภัณฑ์หลายชั้นเสมอไป สำหรับ ของชำร่วย แนว Sustainable Design สามารถใช้แนวคิด “Less but Better” ได้ เช่น
• เลือกสินค้า 1 ชิ้นที่ใช้งานได้จริงแทนการจัดหลายชิ้น • ใช้สีสินค้าให้เข้ากับ Corporate Identity • ลดกล่องพลาสติกและเปลี่ยนเป็นสายคาดหรือซองกระดาษ • ใส่รายละเอียดและคู่มือไว้ใน QR Code • ขอตัวอย่างสินค้าก่อนผลิตจำนวนมาก เพื่อตรวจสี วัสดุ และตำแหน่งโลโก้
วิธีเหล่านี้ช่วยควบคุมงบประมาณ ขณะเดียวกันก็ทำให้ภาพรวมดูเรียบและมีแนวคิดมากขึ้น
หัวใจสำคัญของ ของชำร่วย สำหรับ Green Event คือการมองให้ไกลกว่าวันที่แจก สินค้าที่เหมาะสมควรมีเหตุผลให้ผู้รับนำกลับไปใช้ต่อ ไม่สร้างบรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น และเลือกวัสดุโดยพิจารณาตลอดวงจรการใช้งาน
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับงานของ Dr. Leyla Acaroglu นักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้าน Sustainability และ Circular Economy ผู้ได้รับการยกย่องจาก United Nations Environment Programme ให้เป็น Champion of the Earth ปี 2016 จากผลงานด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน แนวคิด Circular Design ของเธอให้ความสำคัญกับการมองผลกระทบของผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การออกแบบ วัสดุ การใช้งาน ไปจนถึงปลายทางของสินค้า
เมื่อนำหลักคิดนี้มาใช้กับ ของชำร่วย การเลือกสินค้าที่ใช้ได้นาน ลดวัสดุส่วนเกิน และเหมาะกับผู้รับ จึงอาจมีความหมายมากกว่าการติดคำว่า “รักษ์โลก” บนผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
หากกำลังวางแผนสินค้าสำหรับงานอีเวนต์และต้องการเปรียบเทียบวัสดุ รูปแบบสกรีน หรือแนวทางผลิตให้เหมาะกับงบประมาณ สามารถ คลิกดูไอเดียและแนวทางสั่งผลิตจากโรงงานของพรีเมี่ยม เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบก่อนตัดสินใจ
จิรารัตน์ พรมดม ตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด